โพธิคยาฯ หารือ รมว.วัฒนธรรมอินเดีย เผยแผ่พุทธ จ่อดีลยูทูบเบอร์ 2 ชาติโปรโมตธรรมสู่เจนใหม่
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย คณะธรรมยาตราครั้งที่ 4 นำโดย ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 พร้อมด้วย ดร.อภัย จันทนะจุลกะ รองประธาน, นายเกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการ, นายสุรพล มณีพงษ์ รองเลขาธิการ, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมวิชัย อุบลราชธานีเมืองกรรมฐานโลก ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ คเชนทระ ซิงห์ เศขาวัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐอินเดีย ที่บ้านพัก ณ กรุงนิวเดลี
ในการนี้ ดร.สุภชัย เป็นตัวแทนคณะ มอบพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา พร้อมติดเข็มกลัดสัญลักษณ์ธรรมยาตรา แด่ ฯพณฯ คเชนทระ ซิงห์

ด้าน ฯพณฯ คเชนทระ ซิงห์ มอบประติมากรรมรูปพระรามถือคันศรแด่ ดร.สุภชัย
จากนั้น มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยในประเด็นต่างๆ โดยมีบุคคลต่างๆ อาทิ พระเดชพระคุณอุปปติสสะ มหาเถโร ประธานสมาคมมหาโพธิ ศรีลังกา, นาย Abhijit Halder ผู้อำนวยการใหญ่ สมาพันธ์ชาวพุทธนานาชาติ (International Buddhist Confederation-IBC) และ ดร.อาชิช ภเว ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมศึกษานานาชาติ (ICCS), ร่วมด้วย
ดร.สุภชัยเล่าถึงความเป็นมาของสถาบันโพธิคยาฯ และการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงการบวชเป็นภิกษุในพุทธศาสนา 3 ครั้ง ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้และตระหนักรู้ในหลายสิ่ง บางสิ่งไม่สามารถอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ แต่ตนรู้สึกได้ นอกจากนี้ ได้อธิบายถึงโครงการธรรมยาตราทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะครั้งที่ 3 ซึ่งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะจากอินเดียไปประดิษฐานชั่วคราวยังประเทศไทย ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ได้แก่ เชียงใหม่, อุบลราชธานี และกระบี่ ซี่งมีผู้หลั่งไหลเข้าสักการะเป็นจำนวนมาก รวมถึงประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยตนโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตอินเดียและรัฐบาลไทย
จากนั้น ดร.สุภชัยกล่าวถึง “ธรรมยาตรา ครั้งที่ 4” ซึ่งคิกออฟที่เมืองปัฏนะ หรือปาฏลีบุตรในอดีต เพื่อดำเนินรอยตามพระเจ้าอโศกมหาราช

โดยมีการประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม” (Declaration of The Dhamma Century) ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา รัฐพิหาร เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา รวมถึงการเตรียมฝัง Time Capsule หรือแคปซูลแห่งกาลเวลาบนผืนแผ่นดิน ทั้งอินเดียและไทย รวม 3 แห่ง ได้แก่ 1.ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ วัดมหาโพธิ พุทธคยา รัฐพิหาร สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 2.วัดนากา รัฐคุชราต บ้านเกิดของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย และ 3.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ กำหนดเปิดพร้อมกันในอีกใน 234 ปีข้างหน้า คือ พ.ศ.2801 เพื่อให้พุทธบริษัทรุ่นหลังเห็นความสำคัญของธรรมะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนหนึ่ง ดร.สุภชัยยังเล่าถึงการบริหารโรงแรมโซฟิเทล 6 แห่ง ให้ติดอันดับท็อปแรงกิ้ง กระทั่ง CEO จากปารีสสอบถามกลยุทธ์ โดย ดร.สุภชัยตอบว่า ตนใช้หลัก “ธรรมะ” ทั้งยังระบุว่า มีชาวอินเดียจำนวนมากจัดพิธีมงคลสมรสที่โรงแรมโซฟิเทลอีกด้วย
นอกจากนี้ ดร.สุภชัยกล่าวถึงความสำคัญของสันติซึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีสงคราม โดยธรรมะช่วยสร้างความสงบสุข และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนการเผยแพร่ธรรมะ ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้มีเฉพาะในศาสนาพุทธ หากแต่ปรากฏในทุกศาสนาที่ล้วนสอนให้ผู้คนทำความดี โดยควรมีการเชื่อมโยงสื่อระหว่างไทยและอินเดีย สำหรับเผยแพร่ธรรมะสู่คนรุ่นใหม่ อาทิ อินฟลูเอนเซอร์ และยูทูบเบอร์ของทั้ง 2 ประเทศ ถือเป็นการดำเนินการระหว่างภาคประชาชนกับประชาชน โดยเชื่อว่าจะสามารถเชื่อมความร่วมมือกับลาวและกัมพูชาอีกด้วย

ในตอนท้าย ฯพณฯ คเชนทระ ซิงห์ กล่าวว่า ตนซาบซึ้งถึงกระแสที่คนไทยมีต่อการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแนวคิดของ ฯพณฯ นเรนทรา โมดี้ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย ในประเด็นศตวรรษแห่งเอเชีย และธรรมะ อีกทั้งชื่นชมวิสัยทัศน์ของสถาบันโพธิคยาฯ ในการเผยแผ่ธรรมะ รวมถึง ดร.สุภชัย ซึ่งมีความรู้หลากหลาย ทั้งด้านธุรกิจ ด้านธรรมะ รวมถึงฟุตบอล และมี “แพสชั่น” ในสิ่งที่ทำ
ดร.สุภชัยกล่าว่า ตนถือว่ามี 2 บุคคลเป็นบิดา คือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเจ้าอโศกมหาราช ในอดีต ตนเคยเป็น “แบดบอย” แต่ได้เปลี่ยนไปเมื่อพบกับธรรมะ


