หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เปิดเส้นทางสา...

เปิดเส้นทางสายบุญ มาฆบูชาอาเซียน ฉลองครบรอบ75 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-ลาว

15.02.25 | 09:00 น.

เปิดเส้นทางสายบุญ มาฆบูชาอาเซียน ฉลองครบรอบ75 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-ลาว

เวียนมาบรรจบอีกรอบ สำหรับกิจกรรมดี ๆ ของ กรมการศาสนา (ศน.) โดยเมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี จัดงานสัปดาห์ มาฆบูชาอาเซียน เพื่อส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับประเทศอาเซียน ในมิติศาสนาและวัฒนธรรม” ที่จ.อุบลราชธานี ประจำปี 2568


โดยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พาคณะลงพื้นที่สานสัมพันธไมตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเส้นทางสายบุญเริ่มจาก วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ประเทศไทย ก่อนข้ามฝั่งไปยัง วัดหลวงปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในมิติทางพุทธศาสนา สานสัมพันธ์อาเซียน เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา
นายชัยพล การเดินทางเชื่อมสัมพันธไมตรี ในมิติศาสนาและวัฒนธรรม ที่สปป.ลาว เนื่องในเทศกาลมาฆบูชาครั้งนี้ ยังมีพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี 2 แผ่นดิน ณ วัดหลวงปากเซ แขวงจำปาสัก ทั้งนี้ ไทยและ สปป.ลาว ร่วมกันจัดกิจกรรมสัปดาห์มาฆบูชาอาเซียนขึ้นส่งเสริมสัมพันธ์ในมิติศาสนาและวัฒนธรรมในโอกาสการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ครบรอบ 75 ปีในปี 2568 โดยมีคณะสงฆ์วัดหลวงปากเซ และคณะสงฆ์ของไทยร่วมประกอบพิธี พร้อมด้วยพุทธศาสนิกของ 2 ประเทศร่วมพิธีจำนวนมาก

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นสื่อกลางสานสัมพันธ์อันดีของประเทศในภูมิภาคอาเซียน และนำมิติด้านศาสนา วัฒนธรรม มาเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทย-ลาว อีกทั้ง ในปี 2568 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ครบรอบ 75 ปี โดยประเทศไทย จัดพิธีทางพุทธศาสนา และกิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในมิติศาสนาและวัฒนธรรม มีการสาธิตจัดทำขันหมากเบ็ง การสาธิตจัดดอกไม้บูชาถวายพระ การสาธิตจัดชุดดอกไม้เวียนเทียน การจัดแสดงสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร OFOS เป็นต้น

Advertisement

สำหรับ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง เดิมพื้นที่ตั้งวัดเป็นป่า มีหน้าผาสูง ไม่มีแหล่งน้ำ จึงไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ จนราว พ.ศ. 2495–2498 พระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ เดินทางจากประเทศลาวมาพักปักกลดที่ภูพร้าว และให้ชื่อว่า “วัดภูพร้าว” ต่อมาราว พ.ศ. 2516–2517 พระอาจารย์บุญมากได้เดินทางกลับไปยังวัดภูมะโรง เมืองจำปาสัก เนื่องจากเกิดความไม่สงบทางการเมืองในประเทศลาว วัดภูพร้าวจึงถูกปล่อยร้างเรื่อยมา เมื่อ พ.ศ. 2535 อำเภอสิรินธรได้แยกตัวออกจากอำเภอพิบูลมังสาหาร จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น “วัดสิรินธรวราราม” จุดเด่นของวัด คือ อุโบสถที่ผนังภายนอกมีงานพุทธศิลป์รูปต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดูต้นไม้เรืองแสง คือ เวลา 18.00-20.00 น. ต้นกัลปพฤกษ์จะเรืองแสงโดดเด่นสะดุดตา
และด้วยวัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขา จึงกลายเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นทัศนียภาพอ่างเก็บน้ำและจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก ซึ่งในช่วงกลางวันต้นกัลปพฤกษ์ต้นนี้จะดูดแสงแดดเอาไว้ เมื่อตกกลางคืนก็จะปรากฏเป็นต้นไม้เรืองแสงงดงาม ตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง สปป.ลาว

วัดหลวงปากเซ หรือ วัดโพธิ์ระตะนะสาสะดาราม เป็นวัดในปากเซ แขวงจำปาสัก สปป.ลาว อยู่บริเวณที่แม่น้ำเซโดนไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขง เกิดเป็นเส้นสายน้ำสองสีที่ตัดกันระหว่างน้ำเซสีเขียวเข้มกับน้ำของหรือน้ำโขงสีน้ำตาลอ่อน เป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 20 วัดในปากเซ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเซดอนใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำและสนามบิน มีภาพเขียนที่สวยงามมากมายเกี่ยวกับชีวิตของพระพุทธเจ้าและคำสอนของพระองค์ มีสวนที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและประตูไม้ที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง นอกจากปากเซจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของลาวใต้แล้ว เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของลาวใต้อีกด้วย เพราะเป็นที่ตั้งของวัดหลวงปากเซ ศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมและแหล่งรวมจิตใจของชาวลาวใต้มาอย่างยาวนาน

สำหรับ “วันมาฆบูชา” เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่บรรดาพระอรหันต์ จำนวน 1,250รูป ตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 หรือวันขึ้น 15ค่ำ เดือน 3 โอวาทปาติโมกข์ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ได้แก่ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลักธรรมคำสอนดังกล่าวถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา
โดยจ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นลำดับที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอันดับที่ 5 ของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานทางอารยธรรมทั้งประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่เก่าแก่ อาทิ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม และยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง มีอาณาเขตติดกับ อำนาจเจริญ ยโสธร และศรีสะเกษ และมีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศกัมพูชา และ สปป.ลาว โดยมีแม่น้ำโขงกั้นกลางระหว่างสองประเทศ

ปัจจุบันศาสนามีบทบาทสำคัญทางด้านการเมืองสังคม สันติภาพ สันติสุข ความมั่งคงของรัฐทั้งภายในประเทศ และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนและสังคมรอบข้างโดยในประชาคมโลกการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ภาพรวม ให้สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรมจริยธรรม จรรโลงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่ชาติไทยสืบไป