หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา นายกฯอินเดีย ...

นายกฯอินเดีย ปลื้มไทยจัด SAMVAD นำหลักธรรมสร้างเอเชียแข็งแกร่ง ผอ.VIF ยก ‘ขันติ’ ดับขัดแย้ง

14.02.25 | 15:09 น.

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ห้อง Conference Room 3  อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ องค์กร Vivekananda International Foundation India (VIF) ร่วมกับ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, ศูนย์อินเดียศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, International Buddhist Confederation (BC), Japan Foundation-Japan (TBC) จัดงานประชุม SAMVAD ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “ศตวรรษแห่งเอเชียของธรรมะ-ธรรม” โดยเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงาน มีผู้เดินทางเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยทยอยลงทะเบียนเข้าประชุมตั้งแต่เวลาประมาณ 08.30 น. ทั้งภิกษุสามเณร นักบวชในศาสนาพราหมณ์ ผู้นำศาสนาจากประเทศต่างๆ รวมถึงบุคคลจากหลากหลายแวดวง อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา ราชบัณฑิต สาขาวิชาตันติภาษา , นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ภริยาอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงทพมหานคร, ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, ดร.อภัย จันทนะจุลกะ รองประธานสถาบันโพธิคยาฯ, นายสุรพล มณีพงษ์ รองเลขาธิการ สถาบันโพธิคยาฯ , นายเกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ และนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมวิชัย อุบลราชธานีเมืองกรรมฐานโลก เป็นต้น

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. มีการสวดมนต์ นำโดย ราชคุรุผู้ทรงเกียรติ และการสวดมนต์โดยนักบุญศาสนาฮินดู ตามลำดับ

จากนั้น พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะภาค 11 กล่าวสัมโมทนียคาถา

Advertisement

พระธรรมโพธิวงศ์ ประธานคณะธรรมทูตไทยในอินเดียและเนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เมืองพุทธคยา กล่าวสัมโทนียคาถา

จากนั้น Dr. Arvind Gupta ผู้อํานวยการมูลนิธิ VIF ประเทศอินเดีย กล่าวต้อนรับว่า ตนในฐานะตัวแทนของVIFอยากจะขอต้อนรับทุกท่านสู่การประชุมงานครั้งนี้ ซึ่งจัดในหัวข้อ ‘Global Hindu – Buddhist Initiative for Conflict Avoidance and Environment Consciousness’ เพื่อร่วมกันหาวิธีหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม โดยประกาศให้เป็นศตวรรษแห่งเอเชีย-ศตวรรษแห่งธรรม

“ผมต้องขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนจัดงานครั้งนี้ โดยมูลนิธิของเรามาหลาย 10 ปี ซึ่งเราได้เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้จัดการประชุม SAMVAD ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพ เรามุ่งมั่นจะสานต่อเป้าหมายจากการจัดการประชุม 3 ครั้งที่แล้ว ที่เกิดเคยเกิดขึ้นที่อินเดีย พม่า และมองโกลเลีย ซึ่งการประชุม SAMVAD ทุกครั้งเรายินดีให้การต้อนรับผู้นำจากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมงาน รวมถึงตัวแทนจากศาสนาต่างๆ อาทิ ฮินดู พุทธ ศริสต์ และอิสลาม

เรารู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่ได้จัดการประชุมเพื่อสานต่อจาก 3 ครั้งที่แล้ว โดยการจัดงานครั้งนี้ มุ่งหวังให้เราได้หาทางออกในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักธรรมนำสันติภาพมาสู่โลก ซึ่งจะเน้นในเรื่องของเสรีภาพ ความไม่เท่าเทียม ที่เรากำลังต่างก็กำลังเผชิญอยู่” Dr.Arvindเผย

Dr.Arvind กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ชีวิตผู้คนยังได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฮอริเคน อุกทกภัย หรือ ภาวะโลกรวน ซึ่งเราจะต้องรับมือกับวิกฤติเหล่านี้ พร้อมกับการเผชิญหน้ากับความขัดแย้งและสงคราม ดังนั้นเราควรจะมีขันติ ความกรุณา และความอดกลั้นสากล หันมามาคุยกัน ไม่เช่นนั้นทั้งโลกของเราก็จะขาดความสมดุล

Dr. Arvind Gupta ผู้อํานวยการมูลนิธิ VIF ประเทศอินเดีย

“เราจะต้องหารือกันเพื่อแสวงหาความสงบสุขร่วมกัน ฝังคุณค่าเหล่านั้นเข้าไปในชีวิตประจำวัน และผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเราต้องใช้วิธีทางการทูตหรือการหารือกัน โดยยึดหลักธรรมและขันติ เพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพให้โลกต่อไป ผมขอให้ทุกท่านมาร่วมหารือกันอย่างมีอารยธรรม และหวังว่างานนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโลกของเรา” ดร.Arvindกล่าว

ด้าน นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวผ่านวิดิทัศน์ ว่าจุดเริ่มต้นของการประชุม SAMVAD ครั้งแรก เรามีความร่วมมือกันระหว่างสถานบันอันทรงเกรียรติจากทั้งอินเดียและญี่ปุ่น จากไอเดียในการหารือกับชินโซะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เพื่อให้มีการจัดประชุมด้านศาสนาและสันติภาพของโลก เปิดพื้นที่ให้มีการแลกเปลี่ยนสนทนากัน

“ผมยินดีมากที่การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมลุ่มลึก และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักปรัชญาที่เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณของความเป็นเอเชีย ซึ่งทั้งไทยและอินเดียก็มีความคล้ายคลึงกันในทางวัฒนธรรม จากรากฐานของธรรมะที่หยั่งลึกมานานหลายศตวรรษ

ปี 2567 ที่ผ่านมา มีผู้คนล้านมาสักการะสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือของทางประเทศอินเดียและไทย เพื่อความเชื่อมแน่นความสัมพันธ์ชองสองประเทศ และงานประชุมครั้งนี้ก็เป็นอีกหลักฐานของการร่วมมือกันของประเทศเราอีกครั้ง โดยจัดการประชุมในหัวข้อ ‘ศตวรรษแห่งเอเชีย-ธรรม’ ซึ่งเราจะเน้นย้ำว่า ศตวรรษนี้ของเรา เอเชียจะไม่ได้เติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น เราจะพูดถึงความยั่งยืนด้วย” นายนเรนทราเผย

นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย

นายนเรนทรา กล่าวต่อไปว่า เราต้องเอาหลักคำสอนพุทธศาสนานำมาปรับใช้ ให้พวกเราก้าวสู่ยุคแห่งความรุ่งเรืองและมั่นคง โดยเฉพาะตัวของผู้นำนั้น ต้องนำหลักธรรมมาปรับเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ซึ่งหากความขัดแย้งมันเกิดขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องมีการจัดการกับมัน ด้วยการเปิดใจรับฟังกันให้มากขึ้น

“บางคนมองโลกเพียงแค่จากมุมของตัวเองมุมเดียวเท่านั้น แต่ว่าตามจริงแล้วประเด็นเดียวก็อาจมองได้หลายรูปแบบนหรือ มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป หากเราตระหนักถึงความหลากหลายตรงนี้ดีว่า บางทีการมองสิ่งๆ เดียว คนเห็นก็อาจเห็นต่างกันได้ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ด้วยการเปิดอกเข้าใจถึงความแตกต่าง แม้ว่าเราจะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน และเราจะไม่ใช้ความรุนแรง หรือไปทำร้ายใครก็ตาม หากเราเข้าใจตรงนี้เราก็จะหลีกเลี่ยงความรุ่นแรงได้” นายนเรนทราชี้

นายนเรนทรากล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาของโลกนั้นมักจะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่ได้ใช้ความสามัคคี ในการหาทางออกของความท้าทาย หรือแก้ไขวิกฤติการณ์ แต่ถ้าเราใช้หลักธรรมมาช่วย ก็จะสามารถแก้ไขความขัดแย้งต่างๆ ด้วยทางสายกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงวิธีการที่สุดโต่ง ซึ่งหลักธรรมนี้ยังคงทันสมัยมาจนถึงทุกวันนี้

“ปัจจุบันความขัดแย้งไม่ใช่แค่เรื่องคน แต่เป็นวิกฤติการด้านสิ่งแวดล้อม ที่ผู้คคนกำลังทำร้ายโลกของเราด้วย ซึ่งแนวทางการแก้ไขก็คือ หลักความร่วมมือกันด้วยธรรมมะ ทั้งจากศาสนาฮินดู พุทธ และอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียของเราต้องร่วมมือกัน เพื่อนำหลักยึดเหนี่ยวจิตใจนั้นนั้น มาทำให้เราดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ไม่ได้มองว่าเราแยกขาดจากธรรมชาติ แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของมัน
ดังนั้นเราต้องเข้าใจความรับผิดชอบของเราต่อคนรุ่นหลังด้วย ซึ่งวิธีการที่เราจะใช้นี้ มันจะดีกับคนรุ่นหลัง เราจะไม่ใช้ความโลภมาแก้ไขปัญหา” นายนเรนทราเผย

นายนเรนทรากล่าวว่า การจัดประชุม SAMVAD ครั้งที่ 4 เราใช้หลักธรรมมาสร้างเอเชียให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งความพยายามของเราทั้งหมดนี้ จะทำให้เห็นว่าเราต้องการให้คำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ได้ไปอีกยาวนาน ด้วยการส่งเสริมคำสอนของท่านอออกไปให้ไกลที่สุด

“เรามาอยู่รวมกันที่นี่ มีผู้นำจากหลายศาสนาและความเชื่อ ผมหวังว่าผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ จะทำให้เราเกิดความเข้าใจที่ดีตอ่กันมากยิ่งขึ้น และขอบคุณรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ที่จัดงานนี้ขึ้นมา รวมถึงผู้ร่วมงานทุกท่าน ที่จะช่วยกันนำพาคำสอนของพุทธเจ้าไปสร้างสู่อนาคตที่รุ่งเรืองได้” นายนเรนทรากล่าว