หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา พุทธ-ฮินดู ผน...

พุทธ-ฮินดู ผนึกประกาศ ‘ปฏิญญากระบี่’ ผสานปรัชญาร่วม หลีกโลกขัดแย้ง สู่ศตวรรษแห่งเอเชีย

16.02.25 | 16:29 น.

พุทธ-ฮินดู ผนึกประกาศ ‘ปฏิญญากระบี่’ ผสานปรัชญาร่วม หลีกโลกขัดแย้ง สู่ศตวรรษแห่งเอเชีย


เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรม โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดประชุม SAMVAD ครั้งที่ 4 โดย Vivekananda International Foundation India (VIF) ร่วมกับ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, ศูนย์อินเดียศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, International Buddhist Confederation (BC), Japan Foundation-Japan (TBC) ในหัวข้อ “ศตวรรษแห่งเอเชียของธรรมะ-ธรรม” โดยเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 14-17 กุมภาพันธ์ มีตัวแทนจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมถึง 22 ประเทศ

โดยในช่วงเช้า มีการปาฐกถาและบรรยายพิเศษ โดยบุคคลต่างๆ อาทิ Mr. S. Gurumurthy Chairman ประธาน The Vivekananda International Foundation (VIF) อินเดีย, H.E. Mr. Arif Mohammed Kha ผู้ว่าการรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย, พระเดชพระคุณ Jangchup Choeden เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธนานาชาติ (International Buddhist Conferderation-IBC) เป็นต้น

Advertisement

ต่อมา ในช่วงบ่าย มีการเสวนาในหัวข้อการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

จากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เข้าสู่การประกาศ “ปฏิญญากระบี่” โดยมี พระเมธีวรญาณ (เจ้าคุณสายเพชร) รองเจ้าคณะภาค 10 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นตัวแทนอ่าน “ปฏิญญาการประชุมสุดยอดผู้นำศาสนาฮินดู-พุทธ : วิสัยทัศน์แห่งศตวรรษที่ 21”

ความดังนี้

เพื่อตระหนักถึงมรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ รวมถึงความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา อีกทั้งการยอมรับถึงบทบาทสำคัญระดับโลกของชุมชนชาวฮินดูและพุทธในต่างแดน พวกเรา ผู้เข้าร่วมการเสวนา สัมมาวาทะ ครั้งที่ 4 ขอประกาศปฏิญญาดังต่อไปนี้

ประชากรชาวฮินดูและพุทธทั่วโลก เมื่อร่วมจำนวนแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีจำนวนรวมกว่า 1.8 พันล้านคน หรือคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของประชากรโลก จึงมีบทบาทและความรับผิดชอบอย่างมหาศาล

โดยพวกเราตระหนักถึงศตวรรษที่ 21 ว่าเป็น “ศตวรรษแห่งเอเชีย” ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจและอิทธิพลระดับโลกของภูมิภาค เราเชื่อว่าค่านิยมและปรัชญาจากประเพณีของเรา จะสามารถเป็นแนวทางสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาติในเอเชีย ซึ่งเคยครอบครองกึ่งหนึ่งของสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (GDP) ในปี ค.ศ. 1750 กำลังจะกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งภายในปี ค.ศ.2050

ค่านิยมแห่งอารยธรรมเอเชีย ซึ่งเคยถูกบดบังจากอิทธิพลภายนอกมานานหลายศตวรรษ กำลังหวนคืนสู่การสนทนาในระดับโลกอีกครั้ง โดยค่านิยมเหล่านี้มีรากฐานจากหลักธรรมะและธรรมะ ซึ่งเป็นปรัชญาแก่นแท้ของศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา ปรัชญา “ธรรมะ-ธรรมะ” เป็นกรอบความคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยให้ความเคารพในมุมมองที่หลากหลายและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
เรามุ่งหวังที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างสวัสดิภาพให้กับโลก โดยการส่งเสริมวิถีของเรา ซึ่งเน้นการเคารพซึ่งกันและกัน การให้ความสำคัญกับครอบครัวและชุมชน

ปรัชญาแห่งธรรมะและธรรมะ นอกจากตั้งอยู่บนหลักการเคารพความแตกต่าง ยังเน้นความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและความเคารพในธรรมชาติ ในวิถีและประเพณีของเรา ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมและการดูแลโลกเพื่อประโยชน์สุขของสรรพสิ่งทั้งปวง

เมื่อพิจารณาถึงความเชื่อมโยงระหว่างชีวิตทั้งมวล เราขอให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและการดูแลทรัพยากรของโลกอย่างมีความรับผิดชอบ บนพื้นฐานของแนวคิดที่มีความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อธรรมชาติในประเพณีของเรา

เรามีความเชื่อว่าชีวิตทุกชีวิตล้วนสะท้อนถึงการเป็นตัวตนหนึ่งเดียว ดังนั้น ธรรมะและธรรมะจึงมองว่าผู้สร้างและสิ่งที่ถูกสร้างล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน

การเสวนาสัมมนาวาทะครั้งที่ 4 นี้ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบร่วมกันในระดับสากล และส่งเสริมความยั่งยืนซึ่งมีรากฐานอยู่บนปรัชญาแห่งธรรมะและธรรมะ

อนึ่ง วาทกรรมโลกในปัจจุบัน มักสันนิษฐานว่าโลกปราศจากความขัดแย้งแล้ว โดยอ้างถึงชัยชนะสุดท้ายของระบอบเสรีประชาธิปไตย และเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานนี้กลับกลายเป็นภาพลวงตา เนื่องจากโลกยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และกระบวนการโลกาภิวัตน์กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างรุนแรงและความไม่เสถียร

ด้วยเหตุนี้ โลกจำเป็นต้องมีวาระทางปรัชญาที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการค้าและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถนำพาโลกให้ก้าวผ่านวิกฤตสิ่งแวดล้อมและความขัดแย้งของมนุษยชาติได้

การเสวนาสัมมนาวาทะ ครั้งที่ 4 นี้ จึงมุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์วาทกรรมเชิงปรัชญาใหม่ เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของโลก โดยผสมผสานปรัชญาแห่งธรรมะและธรรมะ และแสวงหาการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและทัศนคติที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การจัดงาน SAMVARD วันแรกมีขึ้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ชั้น G อาคารสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

งานประชุมวันที่ 2 จัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

และงานวันประชุมวันที่ 3 จัดขึ้นในวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2568 โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จ.กระบี่ ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งอารยธรรมศักดิ์สิทธิ์ดินแดนแห่งนาคา และการแลกเปลี่ยนวัฒธรรมยุคโบราณระหว่างอินเดียใต้ สุวรรณภูมิ จีน ไกลออกไปถึง กรีก-โรมันยุคโบราณ เป็นต้น