หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ประวัติ พระชิ...

ประวัติ พระชินวงศวชิรเวที พระราชาคณะ อายุ 34 ปี จบฮาร์วาร์ด เปรียญธรรม 7 ประโยค

1.03.25 | 09:11 น.

ประวัติ พระชินวงศวชิรเวที พระราชาคณะ อายุ 34 ปี จบฮาร์วาร์ด เปรียญธรรม 7 ประโยค

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชาคณะ จำนวน 8 รูป การนี้มีชื่อของ พระครูสุตตาภิรม เตชินท์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม รองอธิการบดี ด้านแผนพัฒนาและพันธกิจสากล มมร เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระชินวงศวชิรเวที ด้วยนั้น

สำหรับ พระชินวงศวชิรเวที (เตชินท์ อินทเตโช) ได้รับการกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างกว้างขวาง หลังมีพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 8 รูป เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งพระเถระทุกรูปทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นพระราชาคณะที่มีอายุพรรษาน้อยที่สุด เพียงพรรษา 7 เท่านั้น

ปัจจุบัน สิริอายุ 34 ปี พรรษา 7 ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ด้านแผนพัฒนาและพันธกิจสากล, เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต), ผู้สนองงานพระองค์ด้านการต่างประเทศ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเลขาธิการมูลนิธิพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ในพระสังฆราชูปถัมภ์

นามเดิม เตชินท์ จุลเทศ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิ.ย.2533 เป็นบุตรของนายเลอศักดิ์ จุลเทศ อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนางศิริพร จุลเทศ

Advertisement

สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 68

ขณะศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความสนใจด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จนได้เป็นผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ.2550 ณ สหพันธรัฐรัสเซีย และประจำปี พ.ศ.2551 ณ ประเทศฮังการี โดยได้รับรางวัลเหรียญเงิน

พ.ศ.2551 สอบได้ลำดับที่ 1 แผนกวิทยาศาสตร์ ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง (King’s Scholarship) ไปศึกษาต่อต่างประเทศ

ต่อมาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี (A.B.) สาขาเศรษฐศาสตร์และสถิติ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา และสำเร็จการศึกษาปริญญาโท (S.M.) สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์และเศรษฐศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2556

ระหว่าง พ.ศ.2556-2560 เข้าทำงานในภาคเอกชน

กระทั่งเข้าพิธีอุปสมบท ขณะอายุ 27 ปี เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2560 ณ มหาพัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2567 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค และจดจำพระปาติโมกข์ โดยได้รับพระอนุญาตให้แสดงพระปาติโมกข์ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตั้งแต่ พ.ศ.2562

ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ.2562 ดำรงแหน่ง ผู้ช่วยอธิการบดี และต่อมาดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ด้านแผนพัฒนาและพันธกิจสากล ในปี พ.ศ.2566 นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งเลขานุการสภามหาวิทยาลัยด้วย

ได้รับประทานพระกรุณาให้สนองงานในเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศในหลายโอกาส

หลายครั้งที่สมเด็จพระสังฆราชเสด็จออกต้อนรับแขกต่างประเทศ มักได้รับมอบหมายให้คอยเป็นล่ามแปลภาษาให้เสมอ รวมทั้งเวลาสมเด็จพระสังฆราชเสด็จออกงาน ก็จะร่วมเป็นพระอนุจรอยู่เป็นประจำ

เช่นเมื่อครั้งในปี พ.ศ.2565 นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาขณะนั้น เดินทางมาร่วมประชุมเอเปคในประเทศไทย และมีกำหนดการเข้าเฝ้าสักการะสมเด็จพระสังฆราช

เป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในคณะทำงานเตรียมการ ได้ประสานงานกับหน่วยงานทั้งฝ่ายไทยและอเมริกาด้วยความเรียบร้อย และติดตามสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พร้อมกับนายธงทอง จันทรางศุ นำรองประธานาธิบดีสหรัฐชมพระอาราม โดยคอยทำหน้าที่ล่ามให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ให้แขกคนสำคัญได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและได้สนทนาประเด็นหลากหลาย

ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 22 ม.ค.2568 เป็นพระครูฐานานุกรมชั้นเอก ในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่พระครูสุตตาภิรม

ล่าสุด วันที่ 26 ก.พ.2568 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ พระชินวงศวชิรเวที