จากกรณี พระเทพวชิรปาโมกข์ (อาชว์ อาชฺชวปเสฏฺโฐ) หรือ เจ้าคุณอาชว์ เจ้าคณะภาค 14-15 (ธ.) ลาสิกขาที่ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีรายงานว่าได้ข้ามไปที่ สปป.ลาว นั้น
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พระเทพปฏิภาณวาที หรือ ‘เจ้าคุณพิพิธ’ วัดสุทัศนเทพวรารามฯ กรุงเทพฯ เปิดเผยกับ ‘มติชนออนไลน์’ ว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด แต่เป็นไปได้ว่า เจ้าคุณอาชว์เล็งเห็นว่าเรื่องนั้นๆ จะสร้างความเสื่อมเสียแก่วงการสงฆ์ จึงตัดสินใจเสียสละ ส่วนกระแสข่าวที่ว่า สาเหตุเป็นเพราะเรื่องทุจริตเงินวัด หรือเรื่องสีกา ‘นารีพิฆาต’ นั้น ไม่ขอแสดงความเห็น เนื่องจากไม่ทราบข้อมูล
อย่างไรก็ตาม หาก ‘นารีพิฆาต’ เป็นเรื่องจริง ยังน่าสงสัยอยู่ว่าเหตุเกิดที่ใด ซึ่งเบื้องต้น ไม่น่าเกิดขึ้นในวัดตรีทศเทพ ส่วนนอกวัดจะไปนัดหมายกันที่ใด คงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่าเกิดขึ้นนอกประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา
ส่วนที่มีนักวิชาการมองว่า คณะสงฆ์ ‘ธรรมยุต’ ช่วยกันปิดบังนั้น ส่วนตัวมองว่า แท้จริงแล้ว แนวปฏิบัติของสายธรรมยุติกนิกายมีระบบระเบียบ เช่น หากเจ้าคณะ ‘ระแคะระคาย’ อาจมีการหารือพูดคุยกัน หรือเจ้าตัวรู้ว่าจะทำให้เสื่อมเสีย ก็มี ‘สปิริต’ สมัครใจลาสิกขาบทเอง โดยมักกระทำอย่างเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก
นอกจากนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ให้พระภิกษุสงฆ์ประจานกันเอง หากกระทำเช่นนั้น ย่อมอาบัติ
ส่วนกรณี ‘มหานิกาย’ นั้น ก็ยังไม่เห็นว่าภิกษุสงฆ์ออกมาพูดเอง มีแต่ญาติโยมที่ออกมาแฉ ดังนั้น การกล่าวว่า สายธรรมยุตช่วยกันปกปิดความผิด ก็คงไม่ใช่เช่นนั้น
ทั้งนี้ วัดสุทัศนเทพวรารามฯ เป็นวัดเนื่องในมหานิกาย
เจ้าคุณพิพิธิกล่าวอีกว่า สำหรับเจ้าคุณอาชว์ เท่าที่รู้จักเป็นพระเถระที่ประพฤติดี ประสานงานดี วิชาการดี อารีอารอบ ยิ้มแย้มแจ่มใส ละเอียดรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้วัดตรีทศเทพก็เคยมีเรื่องราวลักษณะนี้ กล่าวคือ เจ้าอาวาสรูปหนึ่งมีสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับสีกา จึงต้องลาสิกขาบทไป หากเจ้าคุณอาชว์ลาสิกขาบทด้วยเหตุนี้ จึงถือเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 ของวัดตรีทศเทพ ที่เกิดเหตุเช่นนี้

