หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เจ้าอาวาสวัดก...

เจ้าอาวาสวัดกัลยาณ ยัน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ออกจากวัดไป 2-3 วันแล้ว หลังมีกระแสข่าวโยงสีกากอล์ฟ

11.07.25 | 11:01 น.

เจ้าอาวาสวัดกัลยาณ ยัน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ออกจากวัดไป 2-3 วันแล้ว หลังมีกระแสข่าวโยงสีกากอล์ฟ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบภาพและคลิปลับในมือถือของสีกากอล์ฟ ทำให้พระผู้ใหญ่หลายรูป ที่มีสมณศักดิ์สูง ทยอยลาสิกขา ตามที่ได้รายงานข่าวไปนั้น ล่าสุด ที่ปรากฏรายชื่อพระที่มีความสัมพันธ์กับสีกากอล์ฟ คือ “ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร”

ล่าสุด เช้าวันนี้ ช่อง 3 รายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ โดยบรรยากาศที่วัดตั้งแต่ช่วงเช้าค่อนข้างเงียบสงบ มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาไว้พระบ้างประปราย ทั้งนี้ พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมา

ทีมข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่ขายดอกไม้ภายในวัด รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าบริเวณรอบวัด ต่างบอกว่า ไม่ทราบว่ามีพระในวัดไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ปกติจะแค่ทำงาน ขายของตอนเช้า ตอนเย็นก็กลับ และไม่ค่อยได้เจอกับเจ้าอาวาส หรือพระรูปอื่นๆ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่วัดที่ดูแลลานจอดรถ ก็บอกว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องราวอะไรภายในวัดเลย เพิ่งมาเห็นจากในข่าวว่ามีพระในวัดนี้เกี่ยวข้องด้วย แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นพระรูปไหน และชื่อพระที่ปรากฏ ก็ไม่รู้จัก เพราะปกติจะทำงานอยู่รอบนอก ไม่ค่อยได้เจอพระในวัด

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงสาย พระสงฆ์ทุกรูปในวัดยังอยู่ระหว่างประกอบศาสนกิจ เนื่องในวันเข้าพรรษา โดยมารวมตัวกันที่อาคารเจ้าพระยานิกรบดินทร และมีเจ้าอาวาสแสดงธรรมเทศนาอยู่

ต่อมาหลังเสร็จการแสดงธรรมเทศนา ทีมข่าวสอบถามเจ้าอาวาสวัดกัลยาณฯ ถึงเรื่องพระปริยัติธาดา เจ้าอาวาสบอกกับนักข่าวเพียงว่า “เขาไปแล้ว ไม่ได้บอกอะไร ไม่รู้ว่าไปไหน ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น” เมื่อนักข่าวถามต่อ เจ้าอาวาสกล่าวว่า “พูดภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรอ” และไม่ตอบคำถามอะไรอีก

ขณะที่ พระอีกรูป บอกกับนักข่าวว่า พระปริยัติธาดาหายออกจากวัดไปได้ประมาณ 2-3 วันแล้ว ก่อนที่จะมีข่าวว่าท่านไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยท่านหายไปเงียบๆ คนเดียว ไม่ได้แจ้งอะไรใคร และไม่มีใครเห็นตอนท่านไป

โดยพระปริยัติธาดาอยู่วัดนี้มานานแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรน่าสงสัย พระรูปอื่นก็ไม่ได้คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ปกติท่านเป็นพระที่มีนิสัยเรียบร้อย เป็นอาจารย์สอนบาลี เพราะที่นี่เป็นสำนักเรียนบาลี ท่านก็สอนนักเรียนตามปกติ ถ้ามีโยมนิมนต์ ก็รับปกติ ส่วนเรื่องสีกา ตนไม่รู้เรื่อง พร้อมยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่ใช่พระทั้งหมด พระดีก็มี พระไม่ดีก็มี อยากให้ญาติโยมเข้าใจ ไม่ใช่เหมารวมว่าพระไม่ดีหมด