สีกากอล์ฟ เปิดใจทักจีบ ทิดประดิษฐ์ ปี’62 รู้วัดไม่มีเงิน เปย์หนักให้เดือนละแสน แจงปมบุกตบกลางงาน
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการ โหนกระแส สีกากอล์ฟ เปิดใจและชี้แจงกรณี ทิดประดิษฐ์ หรืออดีตเจ้าคุณประดิษฐ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย ว่า
ตนรู้จักกับพระประดิษฐ์ผ่านเฟซบุ๊กประมาณ ปี 2562 และต่อมาก็ได้คุยกันผ่านไลน์ ตอนนั้นทักเฟซและคุยกันปกติทั่วไป ต่อมาตนมีโอกาสได้ไปเที่ยววัดท่าน
หนุ่ม กรรชัย ถามว่า ความสัมพันธ์เริ่มต้นอย่างไรนั้น? สีกากอล์ฟตอบว่า “ไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นพูด เริ่มต้นคบหาชู้สาวปกติ มีบางช่วงที่ท่านหายไปบ้าง ท่ายเคยหายไป 4-5 เดือน โดยล่าสุด วันที่ 9 เมษายน 2567 หนูได้ไปขอพบท่านที่วัด เพราะก่อนหน้าที่ท่านหายไป 4-5 เดือน โดยวันนั้น มีกรรมการวัดคนหนึ่งท่านไม่ให้เข้าพบ สักพักหลวงพ่อท่านมา และบอกว่าให้ไปขับรถเล่นกัน ซึ่งในรถไม่ได้มีตนคนเดียว มีคนอื่นไปด้วย วันนั้นก็ปรับความเข้าใจกัน”
สีกากอล์ฟกล่าวต่อว่า ทราบตั้งแต่แรกว่าวัดพระพุทธฉายไม่มีตังค์ และท่านเองก็ไม่มีตังค์ ท่านเองเล่าให้ฟัง ยืนยันตนไม่ได้อยากได้เงินของท่าน ซึ่งวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ปรับความเข้าใจกับท่าน ได้นั่งคุยประมาณ 10-20 นาที ก็บอกท่านว่า ต่อไปจะช่วยเหลือให้ท่านเดือนละ 1 แสนบาท ที่ให้เพราะคนที่เรารักและเคารพท่าน
“รู้อยู่ตลอดว่าท่านเป็นพระที่ไม่มีตังค์ ที่ให้เงินไปให้ในฐานะแฟน ก่อนหน้านั้นไม่ได้ให้ เริ่มให้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ปรับความเข้าใจกัน ต่อมาก็ได้ให้ไป 2-3 เดือน และก็ไม่ได้ให้เพราะบางช่วงมีปัญหาเรื่องเงิน บางครั้งก็ให้เงินสด บางครั้งก็โอนให้โดยตรง” สีกากอล์ฟกล่าว
สีกากอล์ฟกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีพระโอนเงินให้ 3 ล้าน เพราะเราอยู่ด้วยกัน ตนโอนเงินฝากท่านไว้ พอจะใช้ ให้ท่านโอนกลับมา ท่านเคยบอกว่าเป็นหนี้อยู่ 1 ล้านกว่าบาท ตนบอกว่าไม่เป็นไร งั้นช่วยเดือนละ 1 แสนบาท
สีกากอล์ฟกล่าวต่อว่า ส่วนเอาเงินมาจากไหน มีได้มาจากการเล่นการพนัน เป็นเงินหมุน ช่วงนั้นอาร์ตทอยฮิตมาก ก็ซื้อมาขายไปได้กำไรบ้าง
สีกากอล์ฟกล่าวต่อว่า “ช่วงประมาณสิงหาคม-ธันวาคม ท่านมาอยู่ที่บ้าน ถ้ามีงานสำคัญ หรือไปค้างที่อื่นท่านก็จะไป ส่วนรูปโต๊ะสนุ้ก เป็นการถ่ายที่พูลวิลล่า ในพัทยา ซึ่งมีลูกๆ ของหนู และพระประดิษฐ์ไปเที่ยวด้วยกันช่วงเดือนตุลาคม”
ส่วนที่มีการนวดเท้า วันนั้นตนปวดเท้า ท่านเลยนวดให้ ส่วนภาพที่จับมือซบกัน เป็นภาพท่านจริง วันนั้น ทะเลาะกันเรื่องบุคคลที่สาม ตนถามว่าตกลงจะเอาอย่างไร ท่านก็บอกว่าขอโอกาสอีกครั้งหนึ่ง
ท่านไปคบหาผู้หญิงอีกคนหนึ่งเหรอ? “ประมาณนั้นค่ะ”

ส่วนกรณีที่ไปตบท่านที่วัดอยุธยา วันนั้นตนไปรอท่านเพราะคิดว่างานนี้ท่านต้องมา เพราะตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 2567 ท่านบอกว่าจะไปหาหมอ และจะไปบ้านที่ชลบุรี แต่หลังจากวันนั้น ตนติดต่อไปไม่ได้ เลยไปดักรอท่านที่งานนั้น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ตนให้พี่อีกคนเดินไปตามท่านข้างใน ท่านออกมาพร้อมกับลูกน้อง ซึ่งลูกน้องท่านมีการกันออก ท่านรีบเดินหนี ถามว่ารถอยู่ไหน ตนบอกว่า “จะทำแบบนี้กับหนูไม่ได้” ตนยืนยันไม่ได้ตบ มีแต่ดึงเสื้อพี่ผู้ชายที่กันตนออก
ท่านเป็นพระทำไมถึงกล้าไปคบหา เป็นแผนการจริงหรือ? สีกากอล์ฟกล่าวว่า “หนูไม่สามารถบังคับใครให้อยู่กับตนได้นานขนาดนั้น (ใครจีบก่อน) หนูจีบเขาก่อนตอน ปี 2562 (นี่พระนะ?) หนูรู้ค่ะพี่หนุ่ม หนูไม่รู้จะพูดยังไง”
“วันนี้ไม่รู้จะเอายังไงกับเรื่องนี้ วันนี้ต้องการชี้แจงในมุมของตน ซึ่งท่านจะชี้แจงอย่างไรก็เป็นสิทธิของท่าน ตนไม่อยากถูกใส่ร้ายในเรื่องนี้ ส่วนรูปที่นอนบนเตียง รูปนั้นก็เป็นท่าน ไม่ใช่คนอื่น ส่วนที่เขาบอกว่าเป็นพระที่วัดชูจิต ไม่ใช่ เขาไม่เคยมา ไม่เคยรู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน”
ทำไมต้องเก็บภาพ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ “อยากถ่ายเฉยๆ ไม่คิดแบล๊กเมล์อะไร หนูรู้ว่าหนูผิด แต่ถ้าเรื่องไหนหนูไม่ผิด หนูก็อยากจะชี้แจงในมุมของหนูบ้าง เรื่องที่ผิดไปแล้ว กลับไปแก้ไม่ได้ ส่วนสังคมจะคิดอย่างไรก็น้อมรับ การถ่ายคลิปต่างๆ เป็นเรื่องส่วนตัว สำหรับคำว่า ‘นารีพิฆาตพระ’ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ขอชี้แจงเท่านี้”
ส่วนที่มีรูปอื่นอีกไหม? สีกากอล์ฟตอบว่า คิดว่า ไม่น่ามีแล้ว


