หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เจ้าอาวาสวัดช...

เจ้าอาวาสวัดช่างเหล็ก ยอมรับผิด ถูกแก๊งคอลหลอกอัดคลิปสยิว รีดเงินแสน ปริวาสกรรมตามระเบียบแล้ว

11.07.25 | 16:39 น.

เจ้าอาวาส ยอมรับทำผิด ถูกแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ลวง ชักชวนสำเร็จความใคร่ก่อน รีดเงิน หากทำผิดแบบนี้อีกยอมจบชีวิต

จากกรณีคลิปวิดีโอคล้ายพระสงฆ์กำลังวิดีโอคอลกับหญิงสาว เสมือนพระกำลังช่วยตัวเองถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็น เจ้าอาวาสวัดช่างเหล็ก ต.ช่างเหล็ก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นพระลูกวัดเผยว่าเป็นคลิปเก่าเกือบ 2 ปีแล้ว หลวงพ่อยอมรับว่าครั้งนั้นอาจถูกหลอกให้หลงเชื่อ เรื่องนี้สำนักงานพระพุทธศาสนารับทราบแล้ว และได้มีการพิจารณาแล้วว่าไม่ถึงขั้นปาราชิกหรืออาบัติปาราชิก จึงยังไม่ถือว่าขาดจากความเป็นพระ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พระครูสุวัฒน์บุญโญภาส เจ้าคณะอำเภอบางไทร เจ้าอาวาสวัดเชิงเลน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พระครูใบฎีกานพรัตน์ ภาคพิธเจริญ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบางไทร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่สอบสวนเจ้าอาวาสถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะชี้แจงให้ชาวบ้านรับทราบ

เจ้าคณะอำเภอบางไทรกล่าวว่า จากการปรากฏภาพตามสื่อต่างๆ ทำให้ญาติโยมตกใจ ที่ผ่านมาก็มีการกำชับให้พระสงฆ์ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ทั้งนี้ เรื่องนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระธรรมวินัยแล้ว เป็นเรื่องเก่า เกิดขึ้นมาเป็นปีแล้ว

ขณะที่พระครูใบฎีกานพรัตน์กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นคณะสงฆ์และชาวบ้านเรื่องทุกข์ใจมาก คลิปนี้เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม เป็นวันที่มีการเซ็นหนังสือแต่งตั้งท่านเป็นเจ้าคณะตำบลพอดี เจ้าคณะอำเภอและคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้เรียกท่านเจ้าอาวาสมาทำการสอบสวนทันที และท่านมีความตั้งใจเข้ามารับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง ที่ประชุมคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้พิจารณาตามความผิดที่ท่านกระทำแล้วเป็นความผิดทางวินัยของสงฆ์ “สังฆาทิเสสระดับกลาง” คือจงใจให้น้ำอสุจิเคลื่อน ได้ให้ท่านปลงอาบัติอยู่ปริวาสกรรมถึง 3 ครั้ง ในรอบ 1 ปี และท่านเจ้าอาวาสเป็นพระพระอุปัชฌาย์ โดยระหว่างนั้นไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เลย

Advertisement

ทั้งนี้ การพิจารณาความผิดและลงโทษท่านเจ้าวาสใช้หลักพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งพระธรรมวินัยของสงฆ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี กฎหมายบ้านเมือง และตามประกาศของมหาเถรสมาคม โดยความผิดของท่านไม่ถึงขั้นปาราชิก และไม่มีความผิดทางกฎหมาย คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้มีการว่ากล่าวตักเตือน ซึ่งท่านยอมรับสารภาพว่าท่านมีความผิดตามที่ปรากฏจริง

กรณีการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลนั้น ตามหลักของคณะสงฆ์แล้วท่านเป็นรักษาการเจ้าคณะตำบลอยู่ จนมีการพิจารณาความผิดและลงโทษ ตามหลักพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์แล้วไม่มีการคัดค้าน จึงมีการตั้งแต่งตั้งท่านเป็นเจ้าคณะตำบล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้สอบถามชาวบ้านที่มาร่วมรับฟังการชี้แจงว่าทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ยังมีความต้องการให้ท่านปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลอยู่หรือไม่ โดยเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า ให้ท่านปฎิบัติหน้าที่ต่อไป

อย่างไรก็ดี ชาวบ้านรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า ไม่ให้สมควรให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะตำบล ไม่สามารถกราบไหว้ได้ จนเกิดการโต้เถียงกันระหว่างชาวบ้าน

ทำให้พระครูใบฎีกานพรัตน์อธิบายว่า ความผิดของท่านไม่ถึงขั้นปาราชิก เป็นความผิดทางวินัย ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาและกำหนดบทลงโทษไปแล้ว ไม่สามารถบังคับให้ท่านลาสิขาได้ อยู่ที่ความสมัครใจของท่านเจ้าอาวาส ส่วนเรื่องที่ญาติโยมไม่เห็นด้วย จะไม่กราบกราบไหว้ท่านเจ้าอาวาสเป็นเรื่องตัว ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ได้พิจารณาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยทุกขั้นตอนแล้ว

ด้าน พระครูประทีปวัชราภรณ์ เจ้าคณะตำบลบ้านกลึง ที่ปรากฏอยู่ในคลิปกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งทักเข้ามาที่เฟซบุ๊กส่วนตัว มีโปรไฟล์เป็นแม่ค้าขายโดนัท ทักเข้ามาตีสนิททำความรู้จักได้ประมาณ 10 วัน จนมีการพูดคุยกันแล้วล่อลวงให้อาตมาสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้นมีการข่มขู่ จนมีการโอนเงินรวมแล้วประมาณ 120,000 บาท ซึ่งเป็นเงินส่วนตัว จนเงินที่อาตมาเก็บเอาไว้หมด ไม่มีจะจ่ายให้แล้ว จึงมีการนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองอำเภอบางไทร พร้อมกับที่อาตมาได้เข้าไปรับสารภาพ

พระครูประทีปวัชราภรณ์ระบุว่า ยอมรับการกระทำความผิดที่ทำลงไปด้วยความขาดสติ ความดีที่ปฏิบัติมาทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาพัฒนาวัด 30 กว่าพรรษาสูญสิ้นไปเพียงชั่วพริบตา เป็นตราบาป ทำให้ญาติโยมเสียใจ ตกใจ รวมถึงญาติพี่น้องและตัวอาตมาเองด้วย ขนาดญาติพี่น้องของอาตมาเองก็ยอมรับไม่ได้ ไม่ยอมมาทำบุญ

“เรื่องนี้ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับหญิงคนดังกล่าวแล้ว จากการตรวจสอบพบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เส้นทางการเงินอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สามารถติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดได้ และหญิงคนดังกล่าวก็ไม่มีตัวตนจริง เป็นวิดีโอที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวง

สิ่งที่กระทำไปเป็นความผิดที่ไม่เหมาะสม เข้าใจความรู้สึกของญาติโยมดี อาตมาได้ปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยในเรื่องของการปลงอาบัติและการอยู่ปริวาสกรรมตามระเบียบทุกขั้นตอนแล้ว ต่อจากนี้จะตั้งสติให้มากขึ้นกว่าที่เคยทำอยู่ จะไม่กระทำผิดในลักษณะแบบนี้อีก สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วจะไม่เกิดขึ้นอีก ในช่วงชีวิตที่ครองสมณเพศเป็นพระสงฆ์อยู่ ถ้าเกิดขึ้นอีกจะแขวนคอหน้าโบสถ์เป็นการลงโทษตนเอง” พระครูประทีปวัชราภรณ์กล่าว