หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เปิดร่าง กม.ส...

เปิดร่าง กม.ส่งเสริมพุทธศาสนิกชน กำหนดโทษ พระละเมิดพระธรรมวินัยจำคุก 1-7 ปี

11.07.25 | 19:37 น.

เปิดร่าง กม.ส่งเสริมพุทธศาสนิกชนฯ กำหนดโทษ พระละเมิดพระธรรมวินัยจำคุก 1-7 ปี พศ.เตรียมปรับแก้ก่อนเสนอมหาเถรสมาคม ให้ความเห็นชอบ

ตามที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เตรียมเสนอ มหาเถรสมาคม (มส.) ในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ…. เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับที่ “สีกากอล์ฟ” ทำกับพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปนั้น โดยร่าง พ.ร.บ.นี้ มีสาระสำคัญ คือ

1.กำหนดให้มีคณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ทำหน้าที่เสนอนโยบายและแนวทางการอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา สนับสนุนกิจการของคณะสงฆ์ และหน้าที่อื่นๆ ตามที่กำหนด

2.ส่งเสริมให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา

3.กำหนดให้พระภิกษุที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญามีสิทธิขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนในการจัดหาทนายความเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดีตามที่กฎหมายกำหนด

Advertisement

4.มีบทกำหนดโทษประกอบด้วย

1.ผู้ใดได้รับคำวินิจฉัยถึงที่สุดให้สละสมณเพศเพราะเหตุต้องอาบัติปาราชิก หรือประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวกัน หรือหลายเรื่องเป็นอาจิณตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทหรือหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.ผู้ใดตกเป็นผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญา บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา หรือกระทำการอื่นใดในทำนองเดียวกัน อันเป็นการทำให้พระพุทธศาสนาต้องเสื่อมเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.ผู้ใดรู้ว่าตนไม่มีสิทธิบวช หลอกลวงพระอุปัชฌาย์ เพื่อให้ตนมีสิทธิบวช ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.ภิกษุใดอวดอุตริมนุสธรรม ทำเสน่ห์ยาแฝด เรียกเงินค่าเวทมนต์และทดลองของขลัง แสดงตนเป็นอาจารย์บอกเลขสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบ หรือประกอบการหากินนอกธรรมเนียมของสมณะ เมื่อมหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งตักเตือนแล้วยังคงฝ่าฝืน ให้ภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศและต้องระวางโทษตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5.ผู้สมัครใจเสพเมถุนกับพระภิกษุ หรือสามเณร ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6.ผู้ทำการล้อเลียน ดูหมิ่น ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญกระทำการอันไม่สมควรอย่างยิ่ง หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการล้อเลียน ดูหมิ่น ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญของพระพุทธศาสนา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

7.การกระทำอันเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

1.ผู้ใดที่กระทำการอันเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงในทางใดทางหนึ่ง เช่น พระภิกษุนำเงินที่ได้จากการทำบุญไปให้บุคคลอื่นเพื่อปกปิดความผิด หรือพระภิกษุไปหลอกลวงชาวบ้าน เป็นต้น

2.ผู้ใดทำให้พระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในพระธรรมวินัยต้องมีมลทินมัวหมอง ในกรณีที่พระภิกษุถูกใส่ร้ายว่ากระทำความผิดในพระธรรมวินัย หรือถูกกระทำละเมิดให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ โดยผู้กระทำไม่มีพยานหลักฐานที่จะเอาผิดพระภิกษุและผู้กระทำไม่มีอำนาจเข้าไปกระทำการตรวจสอบพระภิกษุตามกฎหมาย ผู้นั้นต้องราะวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้เพื่อปกป้องพระศาสนาจากภิกษุผู้ปฏิบัติในทางเสื่อมเสียและบุคคลภายนอกผู้หวังเข้ามาทำลายหรือสร้างความปั่นป่วนให้แก่พระพุทธศาสนาซึ่งกระทำโดยไม่มีพยานหลักฐานและไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ทาง พศ.จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อปรับแก้ร่างพ.ร.บ.นี้ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ก่อนที่จะเสนอที่ประชุมมส. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป