สำนักพุทธ ฯ ระบุ ท่านเจ้าคุณประสิทธิ์ ยังไม่ลาสิกขา ขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ยัน ไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับสีกากอล์ฟ ถูกทักขอยืมเงินหลักหมื่นชอบอ้างป่วย ด้าน เจ้าคณะใหญ่หนกลางสั่งพักทุกตำแหน่งชั่วคราว
เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 15 กรกฎาคม ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นิมนต์พระเทพปวรเมธี หรือเจ้าคุณประสิทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เดินทางนำเอกสารเข้ามาพบ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และสมเด็จพระมหาราชมงคลมุนี หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันสีกากอล์ฟ
โดยหลังเข้าไปพูดคุยกับ พระปวรเมธี หรือเจ้าคุณประสิทธิ์ นานกว่า 1 ชั่วโมง นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้เจ้าคุณประสิทธิ์จะยังไม่มีการลาสิกขาแต่อย่างใด แต่เป็นการมาพบเจ้าคณะใหญ่หนกลางเพื่อนำเอกสาร มาชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ โดยเจ้าคณะใหญ่หนกลางสั่งพักตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และรองเจ้าคณะภาค 15 ไว้ก่อน จนกว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมพยานหลักฐานในคดีอาญาแล้วนำมามอบให้กับสำนักพุทธพิจารณา เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดระดับใด ก็จะมีการกำหนดบทลงโทษต่อไปตามความเหมาะสม แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดก็จะกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมได้ ซึ่งระหว่างที่มีการตรวจสอบนั้นก็เป็นสิทธิของท่านที่จะจำพรรษาที่วัดใดก็ได้ และทางสำนักพระพุทธศาสนาก็มีความมั่นใจว่าระหว่างนี้ท่านเจ้าคุณประสิทธิ์จะไม่หนีอย่างแน่นอน เพราะมีการให้พระชั้นผู้ใหญ่คอยพูดคุยอยู่ตลอดเวลา

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับสีกากอล์ฟนั้น ท่านเจ้าคุณประสิทธิ์ชี้แจงว่า สีกาก็เป็นฝ่ายทักหาอ้างว่าอยากจะทำบุญ แล้วสร้างสถานการณ์ว่าป่วย หลายครั้งมาขอยืมเงินไป รวมแล้วก็หลักหมื่นบาท ซึ่งก็ให้เป็นเงินสดไปเพราะท่านเจ้าคุณประสิทธิ์อ้างว่าในโทรศัพท์มือถือไม่มีแอพพลิเคชั่นธนาคาร ส่วนความสัมพันธ์เชิงชู้สาวยืนยันว่าไม่มี
ส่วนพระสงฆ์อีก 2 รูปคือ พระมหาทิวากร อาภทฺโท เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท จังหวัดสมุทรสาคร และพระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอนนี้ไม่สามารถติดต่อได้ แต่ขณะนี้สำนักพระพุทธศาสนาอยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชีส่วนตัวของพระสงฆ์และบัญชีวัด แต่ถ้าหากหายไปจากวัดเกิน 30 วัน ตามกฎหมายแล้วก็จะถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยทันที

