ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ ปปท. ภาค 6 ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบทรัพย์สิน เอกสารบัญชีของวัดท่าหลวง ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องสีกากอล์ฟ หรือไม่ โดบเบื้องต้นพบบัญชีวัด ปี 2562 หายไป 1 บัญชี มีบัญชีรวมทั้งหมด 30 บัญชี ปัจจุบันมีเงินแค่ 1 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม หลังจากอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร พระเทพวัชรสิทธิ (ทิดรัช) อดีต เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ได้ลาสิขาเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากกรณีเกี่ยวพัวพลันแชตลับกับสีกากอล์ฟ และหลังจากลาสิกาแล้ว ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน ส่วนกุฏิเจ้าอาวาสก็ถูกปิดเงียบ โดยวันนี้เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง CIB ร่วมกับปปท.ภาค นำโดย พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คาดาอินทร์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผกก.4 บก.ปปป.) ,ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทรัพย์สิน เอกสารบัญชีธยาคารของวัดท่าหลวง
โดยได้พระมหาพิจิตร ธัมมะวิจิตโต พระเลขานุการเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง และนายพลกิจ มีศรี ไวยาวัจกรวัดท่าหลวง ได้นำพาคณะ ตำรวจสอบสวนกลาง และปปท.ภาค 6 ตรวจสอบทรัพย์สินเอกสารบัญชีธนาคารของวัดท่าหลวง โดยเบื้องต้นพบว่าวัดท่าหลวง มีบัญชีให้ตรวจสอบ ทั้งหมด 30 บัญชี มีเอกสารสามารถตรวจสอบได้แยกเป็นแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2568 และพบว่าบัญชีและเอกสารทั้งหมดของปี 2562 หายไปทั้งหมด และไม่มีเอกสารชี้แจงในปีดังกล่าวได้ อีกทั้งพบว่าปัจจุบันมีเงินอยู่ในบัญชีวัดเพียง 1.5 ล้านบาทที่เหลืออยู่ในบัญชี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของวัดจะนำบัญชีเอกสารการเบิกจ่ายต่างๆมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบว่าบัญชีของวัดท่าหลวง มีเส้นทางการเงินของวัดไปเชื่อมโยงไปถึงบัญชีของสีกากอล์ฟหรือไม่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.ท.ธนายุทธ ชูเฉลิม รอง ผกก.(สอบสวน) กก.6 บก.ปปป. กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้เราได้มาตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายการทุจริตหรือเปล่า เพราะมีเรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งตัวเราเองก็ยังไม่ทราบว่ามีการดำเนินการไปถึงไหน แต่ต้นเหตุที่เรามา มันเป็นเรื่องของปัจจุบันเรื่องของสีกากอล์ฟและความสัมพันธ์ของเจ้าอาวาสแต่ละท่าน ตอนนี้ก็ต้องการบัญชีรายรับรายจ่ายวัดทั้งหมด เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างเราก็มาตรวจสอบตามที่เราได้ไปตรวจสอบวัดอื่น เราจะตรวจสอบตั้งแต่ปี 59 จนถึงปัจจุบัน จะตั้งทีมตรวจสอบที่นี่ และจะไล่ดูทุกปี ทางวัดก็ให้ความร่วมมือดีมากพาเรามา และไวยาวัจกรวัดก็ไม่ได้มีอะไรที่ปกปิดเรา ส่วนเรื่องเงินเราก็ยังไม่รู้ว่ามีการทุจริตหรือไม่ก็ต้องตรวจสอบปล่อยให้เป็นหน้าที่ของการสืบสวนต่อไป ซึ่งตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บัญชีวัดมีทั้งหมด 30 บัญชีที่ทางวัดแจ้งเบื้องต้น แต่ต้องตรวจสอบอีกทีว่า ส่วนเงินหมุนเวียนนั้นมีประมาณ ล้านกว่าบาท ส่วนเรื่องเงินที่โอนให้สีกากอล์ฟยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน
พ.ต.ท.ธนายยุทธ ชูเฉลิม รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 6 บก ปปป. กล่าวอีกว่า เรื่องการมาตรวจสอบที่สีกากอล์ฟ หลอกอดีตเจ้าคณะจังหวัดว่าหลอกนำเงิน 400,000 บาท ไปรักษาตัวแล้วไม่รักษา ทำให้ความผิดส่วนนั้นเชื่อมโยงมาถึงวัดท่าหลวง ทำให้ ปปท และกองปราบต้องทำงานร่วมกันเพื่อทำการตรวจสอบ ว่าเป็นเรื่องหลอกลวงส่วนตัว หรือกุเรื่องขึ้น ซึ่งต้องแยกประเด็นการสืบสวน

พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก 4 บก ปปป พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท และตำรวจสอบสวนกลาง ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดท่าหลวง โดยมีนายพลกฤษ มีศรี ไวยาจักร วัดคอยให้ข้อมูลและพาตรวจเอกสารหลักฐานภายในห้องสำนักงานวัดท่าหลวง โดยทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้ขอความร่วมมือในการนำเอกสารทั้งหมดประกอบด้วย บัญชีธนาคารของทางวัดที่มีจำนวน 30 เล่ม และเอกสารการเบิกจ่ายเงิน ย้อนหลังจำนวน 10 ปี แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ได้มีการเก็บเอกสารไว้เพียงปี 2559 เท่านั้น เนื่องจากเป็นรอยต่อในการเปลี่ยนจากอาวาสดงค์เก่ามาเป็นพระเทพวัชรสิทธิเมธี ที่เพิ่งลาสิกขาไปเนื่องจากมีการพัวพันธ์กับสีกากอล์ฟ
โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจเอกสารการเบิกจ่ายทางการเงิน ร่วมกับเอกสารทางธนาคารและเอกสารที่แจ้งบัญชีรายรับรายจ่ายไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา โดยปรากฏว่า ในเบื้องต้นพบว่ามีเอกสารประกอบการเบิกจ่ายที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ในตู้เอกสารหายไป 1 ปี คือปี 2662 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่วัดกำลังสอบถามเจ้าหน้าที่อีกคน ที่ลาหยุดงานว่า เอกสารอยู่ที่ใด

โดยนายพลกฤษ มีศรี ไวยาจักรวัด เปิดเผยว่า การเตรียมเอกสารหลักฐานของทางวัดเพื่อส่งมอบให้เจ้าอาวาสองค์ใหม่ ยังไม่ได้ดำเนินการและต้องรอแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสจากเจ้าคณะภาค 4 ซึ่งเพิ่งมีการเสนอชื่อไปเมื่อวานที่ผ่านมา ในส่วนของการใช้เงินของวัด ไม่น่ามีอะไรผิดปกติ เนื่องจากการเบิกจ่ายทุกรายการต้องมีใบเสร็จรับเงิน โดยในขณะนี้ทางวัดมีบัญชีธนาคารจำนวน 30 บัญชี และมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายในวัดเพียง 1 ล้านบาทเศษ วันนี้เจ้าหน้าที่ขอดูเอกสารตั้งแต่ปี 58 จนถึงปัจจุบันแต่จะมีช่วงฟันหลอในปี 62 หายไปทั้งปีเลย อาจจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวรับตำแหน่ง ซึ่งกำลังให้เด็กดูอยู่ว่าเอกสารไปอยู่ตรงไหน กำลังตรวจสอบว่าเป็นเอกสารเก่า ตั้งแต่พระมหาวรพลท่านดูแลอยู่หรือป่าว เพราะในช่วงปี 62 ท่านได้ประสบอุบัติเหตุถึงขั้นมรณภาพ ที่รับช่วงจากหลวงปู่บุญมี ที่มรณภาพไปก่อนหน้า และได้มีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ และท่านมหาวรพลก็ได้เป็นเลขาของท่านอดีตเจ้าอาวาส (ทิดวิรัช) ที่มีปัญหาและได้ลาสิขาไป
สำหรับการตรวจสอบดังกล่าวนั้น จะได้ตั้งทีมไว้ที่วัดเลย เพื่อตรวจสอบบัญชีเอกสารเบิกจ่ายทั้งหมด โดยต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจอย่างละเอียด จึงจะสรุปได้ว่ามีบัญชีเกี่ยวพันสีกากอล์ฟหรือไม่






