หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา มส. เปิดกว้าง...

มส. เปิดกว้าง ขยาย 4 ประเภทสาขาวิชา พระ-เณร ศึกษาได้ ตามความถนัดและเชี่ยวชาญ

23.07.25 | 11:45 น.

มส.ออกประกาศให้ พระสังฆาธิการทุกระดับ สนับสนุน ขยายโอกาสการศึกษาพระ-เณร เพิ่ม 4 ประเภทสาขาวิชาศึกษาได้ ตามความถนัด สนใจ และเชี่ยวชาญ ครอบคลุมภารกิจหลักที่จำเป็นต่อการธำรงรักษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างมีคุณภาพในอนาคต

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงลงพระนามในประกาศมหาเถรสมาคม เรื่อง นโยบายด้านการศึกษาของพระภิกษุ สามเณร โดยที่สมควรกำหนดนโยบายด้านการศึกษาของพระภิกษุ สามเณร เพื่ออุปถัมภ์และอำนวยประโยชน์ต่อการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ตรี แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ในการประชุม ครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2568 จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

1.ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการศึกษาพระปริยัติธรรมทุกระดับ ให้เป็นไปเพื่อการธำรงรักษาพระธรรมวินัย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก สนับสนุนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมและการศึกษาด้านอื่นๆ ทั้งในระบบและนอกระบบ มุ่งเน้นหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยสอดคล้องกันกับนโยบายการจัดการศึกษาที่เปิดกว้าง

2.ให้พระสังฆาธิการทุกระดับพิจารณาสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุ สามเณร โดยเฉพาะการระดมทรัพยากรทางการศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน จัดสรรทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร อย่างเพียงพอพร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห์ การวิจัย การให้เหตุผล ทักษะภาษาต่างประเทศ และทักษะความชำนาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นอาทิ

3.สนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุ สามเณร โดยพิจารณาถึงหลักการเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์และการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อสร้างศาสนทายาทสำหรับรับภารธุระการพระศาสนา เปิดโอกาสให้พระภิกษุ สามเณร สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ตรงตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน พัฒนาบุคลากรของคณะสงฆ์ให้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีความสามารถครอบคลุมภารกิจหลักที่จำเป็นต่อการธำรงรักษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างมีคุณภาพในอนาคต

4.ขยายโอกาสให้พระภิกษุ สามเณร สามารถศึกษาเล่าเรียนได้ในสาขาวิชาต่างๆ ที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย มีตัวอย่างแขนงสาขาวิชา เช่น

Advertisement

1. วิชาที่เป็นประโยชน์ต่อการธำรงรักษาพระธรรมวินัยและการศึกษาพระพุทธศาสนา เช่น ภาษาบาลี พุทธศาสตร์ พระไตรปิฎกศึกษา และภาษาสันสกฤต วิชาเหล่านี้ มหาเถรสมาคมสนับสนุนให้พระภิกษุ สามเณร ศึกษาเล่าเรียนเป็นพิเศษ เพราะจะเป็นประโยชน์ยิ่งในพระพุทธศาสนา

2.วิชาที่เอื้อประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เช่น ภาษาต่างประเทศทุกภาษา ปรัชญา ศาสนาเปรียบเทียบ ภาษาศาสตร์ การสื่อสารมวลชน สังคมสงเคราะห์ ศึกษาศาสตร์เทคโนโลยีทางการศึกษา

3.วิชาที่เอื้อประโยชน์ต่อการบริหารคณะสงฆ์ เช่น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาการจัดการ สถิติ การบัญชี รัฐประศาสนศาสตร์

4.วิชาที่สามารถบูรณาการเพื่อพัฒนามวลความรู้สำหรับการสร้างสรรค์ คุณประโยชน์ต่อการพระศาสนาและสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โบราณคดี สังคมวิทยา จิตวิทยา สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์

อนึ่ง วิชาเหล่านี้ไม่ขัดต่อคำสั่งมหาเถรสมาคมที่ 1/2564 เรื่อง กรณีพระภิกษุ สามเณร เรียนวิชาหรือสอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ.2564 แต่อย่างใด และการเล่าเรียนวิชาการตามข้อนี้ ไม่เป็นข้อยกเว้นการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ และประกาศของคณะสงฆ์ หรือการครองจริยาตามสมณสารูป อีกทั้งพระภิกษุสามเณรที่ศึกษาเรียนวิชาต่าง ๆ พึงสังวรระวังพิจารณาความเหมาะสมในการประพฤติปฏิบัติตนอยู่เสมอ

5. ให้เจ้าคณะภาคภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าคณะใหญ่ วางแผนและแนวทางปฏิบัติในระดับภาคให้เป็นไปตามประกาศนี้ โดยอาจจัดทำเป็นโครงการระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และหรือร่วมมือดำเนินการกับมหาวิทยาลัยสงฆ์ ทั้ง 2 แห่ง เพื่อความต่อเนื่องและยั่งยืนในการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ หากในเขตปกครองใดขาดแคลนทุนทรัพย์ในการดำเนินการ ให้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาตามลำดับขั้น เพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนงบประมาณให้สัมฤทธิ์ผลตามนโยบายต่อไป