ครบรอบ 84 ปี ‘กรมการศาสนา’ สืบสานภารกิจพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม

20.08.25 | 16:26 น.

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนา(ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) จัดงาน “วันศาสนูปถัมภ์” ประจำปี 2568 โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานฝ่ายสงฆ์
นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. ประธานฝ่ายฆราวาส นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารวธ. ผู้แทนองค์การทางศาสนา อดีตผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วม

นายชัยพล  กล่าวว่า ศน.เป็นหน่วยงานที่มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน เดิมมีชื่อว่า กรมธรรมการ กรมสังฆการี กรมธรรมการสังการี และเปลี่ยนมาใช้ชื่อกรมการศาสนา เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2484 เป็นต้นมา และในปี 2568 ครบรอบ 84 ปี ทั้งยังเป็นโอกาสอันเป็นมงคลในวาระครบรอบ 62 ปีแห่งวันศาสนูปถัมภ์ ที่มีการจัดงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 เพื่ออุทิศแด่บรรพชนผู้ที่อุปถัมภ์บำรุงพระศาสนาที่ส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชน ซึ่งบรรพชนเหล่านั้นเป็นผู้ทำให้พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนผาสุก ศน. มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐด้านศาสนา โดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมและให้ความอุปถัมภ์คุ้มครองกิจการด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม ส่งเสริมความเข้าใจอันดี และสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้งดำเนินการเพื่อให้คนไทยนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นคนดีมีคุณธรรม

“ในวาระครบรอบ 84 ปี กรมการศาสนาได้จัดพิมพ์หนังสือ “จตุราสีติวัสส์ 84 ปี กรมการศาสนา” ภายในเล่มประกอบด้วยสาระความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของศาสนูปถัมภ์ บทบาทและภารกิจสำคัญของกรมการศาสนา โครงการและกิจกรรมด้านการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ ตลอดจนแนวทางการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในเด็กและเยาวชน การเสริมสร้างศาสนิกสัมพันธ์ และการส่งเสริมเศรษฐกิจ “ศรัทธาแห่งธรรม” อันจะนำไปสู่สังคมคุณธรรมที่มั่นคงและสงบสุขอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมการศาสนาได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา โดยได้นำนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่ได้กำหนดไว้มาปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยหลักธรรมาภิบาลและการสร้างคุณค่าทางสังคม (Value Creation) และในปี พ.ศ. 2568  ศน.มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 อยู่ในระดับผ่านดีและบรรลุค่าเป้าหมาย ผ่านค่าเป้าหมายตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้วยคะแนน ITA 97.06 คะแนน ระดับผ่านดี สะท้อนถึงการเป็นองค์กรคุณธรรมและยึดหลักการบริหารจัดการภาครัฐที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลมาโดยตลอด” นายชัยพล กล่าว

 อธิบดีศน.กล่าวต่อว่า สำหรับการขับเคลื่อนภารกิจของกรมการศาสนา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 85 มีการวางแผนการดำเนินงานด้านศาสนาในปีงบประมาณ 2568 ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมหลัก 5 ด้าน คือ 1. การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และศาสนพิธี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมนำหลักธรรมทางศาสนาไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยจัดกิจกรรม 1 ชุมชน 1 ความดี รวมถึงจัดทำหนังสือและการ์ตูนแอนิเมชัน ครอบครัวบ้านผูกโบว์แก้มแดงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ,2. การเสริมสร้างความสมานฉันท์ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชน ด้วยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์การทางศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ ,3. ดำเนินกิจกรรมธรรมะวัยใส บ่มเพาะศาสนทายาท ด้วยการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในเด็กและเยาวชนผ่านหลักธรรมทางศาสนา เพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ผ่านการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้คู่คุณธรรมของชุมชน รวมถึงการส่งเสริมการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ การประกวดบรรยายธรรม และการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารรายทั่วประเทศ

Advertisement

4. การส่งเสริมคุณธรรมด้วยหลักธรรมทางศาสนา เพื่อให้คนไทยนำหลักธรรมทางศาสนา วิถีวัฒนธรรมไทยไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ด้วยการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา การสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ และ 5. การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน กรมการศาสนายังนำทุนทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงความเชื่อความศรัทธา มาเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น กิจกรรมตามรอยเส้นทางธรรมแห่งเส้นทางสักการะพระบรมธาตุ เส้นทางตามรอยพญานาค ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน และส่งเสริมการจัดงานเทศกาลทางศาสนา เช่น เทศกาลคริสต์มาส เทศกาลนวราตรี เทศกาลดิวาลี ซึ่งก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชนจากการจำหน่ายสินค้าและบริการ แสดงถึงพลังของศรัทธาและความเชื่อที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และสร้างความมั่งคั่งให้แก่เศรษฐกิจไทย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน