ทนายยันหลวงพ่ออลงกต ไม่ได้เลี่ยงสื่อ-ปกปิดข้อมูล ที่ไม่ได้ร่วมแถลงข่าว เหตุหวั่นกระทบคดี ด้านคนใกล้ชิดยันตอบไม่ได้ อะไรจริง อะไรปลอม
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ในการแถลงข่าวของวัดพระบาทน้ำพุ ถึงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ช่วงหนึ่งนายเฉลิมพล พลมุข ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ผู้ใกล้ชิดหลวงพ่ออลงกต ตอบคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลวงพ่ออลงกต กับนายอลงกต พลมุข (ผู้ตาย) ซึ่งมีสื่อถามว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เป็นญาติกันหรือไม่ ว่า นายอลงกต ที่เสียชีวิตเป็นญาติตน และตนไปงานศพด้วย ส่วนหลวงพ่ออลงกต ตนเพิ่งมารู้ว่านามสกุลเดียวกับตน ตนได้คุยกับญาติที่มหาสารคามและที่ จ.พระนครอยุธยา เป็นระยะ แต่ไม่ได้สืบว่าหลวงพ่อเป็นญาติทางไหน อย่างไร และตนเพิ่งมาเห็นเลขประจำตัวประชาชนของหลวงพ่ออลงกตซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ชี้แจงแล้วว่าเป็นตัวเลขคนละชุดกับของนายอลงกต (ผู้ตาย) ส่วนที่ถามว่าอะไรปลอม อะไรไหนจริง ตนไม่สามารถตอบได้ ต้องค้นหาความจริงต่อไป หรือให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ตอบ
ด้านนายศุภชัย สิงคาลวานิช ทนายความวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี กล่าวว่า ยืนยันว่าเลขประจำตัวประชาชนของหลวงพ่ออลงกต เป็นตัวเลขคนละชุดกับของนายอลงกต พลมุข (ผู้ตาย) ซึ่งยืนยันตามหลักฐานของกระทรวงมหาดไทยที่ออกมา
ส่วนที่ถามว่าทำไมเลขบัญชีพร้อมเพย์รับบริจาคเข้ากองทุนอาทรประชานาถ ถึงไปตรงกับผู้ตายนั้น นายศุภชัยกล่าวว่า เนื่องจากไวยาวัจกรที่ดูแลมูลนิธิอาทรประชานาถเพิ่งเสียชีวิต เราเพิ่งรับเรื่องของมูลนิธิมา จึงยังไม่ได้ลงไปตรวจสอบเชิงลึก ตนจึงขอเวลาตรวจสอบ แล้วจะมาตอบคำถามในการแถลงข่าวครั้งหน้า
“มูลนิธิอาทรประชานาถ ตั้งปี 2562 ซึ่งเรายังตรวจสอบไปไม่ถึง ที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไวยาวัจกรคนเก่าดูแลและเสียชีวิตไปแล้ว ขอเวลาให้เราเข้าไปตรวจสอบก่อน ผมขอกับพระอาจารย์ (หลวงพ่ออลงกต) ก่อนแล้วจะมาตอบคำถามในครั้งหน้า” นายศุภชัยกล่าว
นายศุภชัยกล่าวว่า หลวงพ่ออลงกตไม่ได้เลี่ยงการแถลง หรือปกปิด หรือจะไม่มา เพียงแต่ยังมีรายละเอียด และมีเรื่องปัญหาของข้อกฎหมายและปัญหาซับซ้อนหลายอย่าง และหลายอย่างถ้าตอบไปก็จะกระทบคดี เราจึงตอบเท่าที่ตอบได้
“ทุกข้อกล่าวหาพร้อมให้ตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หากมีข้อบกพร่องใดๆ ก็พร้อมยอมรับและแก้ไข” นายศุภชัยกล่าว

