หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา นิสิตป.เอก เผ...

นิสิตป.เอก เผยผลวิจัย ‘คนจนหน้าจอ’ ตีแผ่ชีวิตผู้ยากไร้ด้วยสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธ

27.08.25 | 19:25 น.

เปิดงานวิจัย  “คนจนหน้าจอ” ดีกรี ปริญญาเอก วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผลงานการค้นคว้า “กรณีศึกษาวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ในมุมมองสื่อสารมวลชน” ที่นำมาสู่ภาพสะท้อนความจริงของผู้ยากไร้และขาดโอกาสในสังคมไทยปัจจุบันที่เชื่อมโยงกับสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธ

 นิสิตป.เอก พระพุทธศาสนา วส.พุทธปัญญาฯ เผยงานวิจัย ตีกรอบแนวคิดสื่อสังคมดราม่า สร้างคุณค่าให้กับผู้ยากไร้ที่ลงช่วยเหลือ ผ่านงานวิจัยเรื่อง “คนจนหน้าจอ : กรณีศึกษาวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ในมุมมองสื่อสารมวลชน”

 นายธนะกิจ  อินยาโส  นิสิตระดับปริญญาเอก พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า งานวิจัยเรื่อง “คนจนหน้าจอ”  กรณีศึกษาวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ในมุมมองสื่อสารมวลชน มีจุดเริ่มต้นจากวัตถุประสงค์ในการวิจัยด้วยกัน 3 ข้อ คือ 1.เพื่อสังเคราะห์วาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธที่มีอิทธิพลต่อคนยากไร้ที่เคยออกอากาศผ่านรายการโทรทัศน์ 2.เพื่อพัฒนาวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธในแบบรื้อสร้างอุดมการณ์กลวิธีทางวาทกรรมช่วยเหลือผู้ยากไร้ในมุมมองของสื่อสารมวลชน และ 3. เพื่อถ่ายทอดชุดวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธของคนยากไร้ในมุมมองของสื่อสารมวลชน

โดยจากผลการวิจัย ทำให้ค้นพบ 3 ความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ดังนี้ 1. การสังเคราะห์วาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธที่มีอิทธิพลต่อคนยากไร้ที่เคยออกอากาศผ่านรายการโทรทัศน์ จะเห็นว่า ธรรมะใกล้ตัวและชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการฟื้นคืนศักดิ์ศรีของผู้ด้อยโอกาส ผ่านการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงกับหลัก อริยสัจ 4และ พรหมวิหาร 4 ส่งผลให้ผู้ชมตระหนักถึงสภาวะแห่งทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ และแนวทางแห่งการดับทุกข์ ตลอดจนก่อให้เกิดความเมตตา กรุณา และอุเบกขาต่อผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก อีกทั้งยังสะท้อนการประยุกต์ใช้ เบญจศีล–เบญจธรรม ในการดำเนินชีวิตอย่างไม่เบียดเบียนและการเคารพสิทธิผู้อื่นอย่างเป็นรูปธรรม

 2.การพัฒนาวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธในแบบรื้อสร้างอุดมการณ์กลวิธีทางวาทกรรมช่วยเหลือผู้ยากไร้ในมุมมองของสื่อสารมวลชน พบว่าสื่อมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนกรอบการรับรู้ที่เคยมองคนยากไร้ว่าเป็น “ภาระ” หรือ “ผลกรรม” ไปสู่การยืนยันว่าเป็น “ผู้มีศักยภาพทางธรรม” โดยเน้นการเล่าเรื่องเชิงเสริมพลัง (empowerment) ซึ่งสอดคล้องกับหลัก อิทัปปัจจยตา ที่อธิบายความยากจนในฐานะผลจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง มิใช่เพียงผลของกรรมเก่า ทั้งยังสัมพันธ์กับหลัก เบญจศีล–เบญจธรรม ที่ส่งเสริมการเว้นจากการเบียดเบียน ความเอื้อเฟื้อ และความยุติธรรม

Advertisement

 3. การถ่ายทอดชุดวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธของคนยากไร้ในมุมมองของสื่อสารมวลชนพบว่าสื่อมิได้เพียงนำเสนอในฐานะ “ผู้ขาดโอกาส” แต่ยืนยันถึงสิทธิและศักยภาพของพวกเขาในการเข้าถึงธรรมะ การฝึกศีล สมาธิ และปัญญาเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป การยืนยันเช่นนี้สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากลว่าด้วยความเสมอภาคในศักดิ์ศรีของมนุษย์ และเชื่อมโยงกับ เบญจศีล–เบญจธรรม ที่เน้นความสุจริต ความเมตตา และการไม่เอารัดเอาเปรียบ ส่งผลให้การช่วยเหลือมิใช่เพียงการสงเคราะห์ แต่เป็นการปลดปล่อยเชิงจิตวิญญาณและการสร้างความเป็นธรรมในโครงสร้างสังคม

ทั้งนี้ จากการที่ผู้วิจัยทำรายการโทรทัศน์เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ โดยเผยแพร่ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ทำให้สามารถช่วยเหลือผู้ยากไร้กว่า 1,000  ราย บางรายไม่เคยมีบ้าน ใช้ชีวิตด้วยการขออาศัยคนข้างบ้าน สร้างเพิงสังกะสีเก่า ๆ คอยหลบแดดหลบฝน ไม่มีแม้กระทั่งเงินสักบาทในการใช้จ่ายซื้ออาหารเพื่อประทังชีวิต

ด้านพระเจริญพงษ์ ธมฺมทีโป, ผศ.ดร.ผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  กล่าวว่า  งานวิจัยนี้ ชี้ให้เห็นมิติคำว่าสิทธิมนุษยชนเชิง พุทธ หรือ ความหมายแม้ว่าในคัมภีร์พุทธศาสนา ไม่มีคำว่าสิทธิตามหลักกฎหมาย เพราะเรื่องสิทธิเป็นเรื่องกฎหมายตามแบบแนวคิดตะวันตก แต่ว่าแท้จริงแล้ว สิทธิมนุษยชนเชิง พุทธจะพูดถึงเรื่องหน้าที่ทางศีลธรรม ที่เป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานข้อปฏิบัติเบื้องต้นง่ายๆ นอกจากนี้ งานวิจัยเรื่องนี้ เชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยการช่วยเหลือ“คนจนหน้าจอ” สามารถต่อยอดสู่การประชาสัมพันธ์ ที่จำแนกออกเป็น 3 ระดับระดับสังคม สื่อสามารถออกแบบแคมเปญที่เล่าเรื่องผู้ยากไร้ฐานะเป็นผู้มีศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจแก่สาธารณะ เช่นการใช้สื่อทีวี หรือสื่อออนไลน์เป็นพื้นที่สร้างเรื่องเล่าที่มีชีวิตที่แสดงคุณค่าของคนทุกคนในระดับสังคม

 ระดับชุมชน การประชาสัมพันธ์ควรเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางศาสนา เช่นโครงการวัดเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน เพื่อให้คนในชุมชนร่วมกัน แล้วก็ลงมือช่วยเหลือกันจริง ๆ และระดับนโยบาย ผลงานวิจัยนี้ เป็นข้อมูลผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐ แล้วก็สื่อ สื่อสาธารณะ กำหนดแนวทางนำเสนอข่าวผู้ยากไร้ โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนเชิงพุทธ คือเมตตา กรุณา และความเสมอภาพ สิทธิความเท่าเทียมของ ของมนุษย์ตามแนวคิดพุทธศาสนา เมื่อประชาสัมพันธ์ในลักษณะนี้ การช่วยเหลือผู้ยากไร้ จึงไม่ใช่การสงเคราะห์เพียงชั่วคราว แต่เป็นการคืนศักดิ์ศรีและคุณค่าให้แก่พวกเขาอย่างยั่งยืน