หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา วส.พุทธปัญญาฯ...

วส.พุทธปัญญาฯ เปิดตัววิจัยเชิงนวัตกรรม เงากรรม สะท้อนปัญหาสังคมชาวพุทธร่วมสมัย

29.08.25 | 12:30 น.

วส.พุทธปัญญาฯ เปิดตัววิจัยเชิงนวัตกรรม เงากรรม สะท้อนปัญหาสังคมชาวพุทธร่วมสมัย

ครั้งแรกในประเทศไทยที่วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี (วส.พุทธปัญญา) ได้เปิดตัวงานวิจัยเชิงนวัตกรรมด้านพระพุทธศาสนา ผลงานของ นางนพขวัญ นาคนวล นิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา เรื่อง “การถอดบทเรียนผลของปาณาติบาตตามหลักกฎแห่งกรรมผ่านมุมมองคำสอนพระพุทธศาสนา”

สิ่งที่ทำให้ผลงานชิ้นนี้แตกต่างและทรงพลัง คือการต่อยอดสู่การสร้าง ละครสั้น “เงากรรม” และ “มาตุฆาต” ที่ไม่เพียงยึดหลักพระไตรปิฎก หากยัง หยิบยกเหตุการณ์จริงในสังคมไทยมาถ่ายทอด ให้คนดูได้เห็นผลกรรมอันเลี่ยงไม่พ้นของการฆ่าและการเบียดเบียน

งานวิจัยที่ไม่หยุดอยู่บนกระดาษ โดยงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ใช้เวิร์กชอปและเทคนิค AIC สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีชีวิต

กรอบการวิจัยดำเนินไปครบ 5 ขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมการ วางแผน ปฏิบัติ สังเกตผล จนถึงการสะท้อนผล สุดท้ายได้ข้อค้นพบสำคัญว่า ปาณาติบาต (การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต) มีองค์ประกอบ 5 ประการ และให้ผลกรรมทั้งปัจจุบัน อนาคต และทางจิตวิญญาณ รวมทั้งการเว้นปาณาติบาตคือรากฐานของ เมตตา กรุณา ศีล สมาธิ และปัญญา การพัฒนาสื่อธรรมะผ่าน หนังสั้น แอนิเมชัน นิทานชาดก สื่อออนไลน์ ช่วยสื่อสารกฎแห่งกรรมได้ง่ายและเข้ากับสังคมยุคใหม่ การนำเสนอเชิงบวกช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การลดละการฆ่าสัตว์ ปล่อยสัตว์ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Advertisement

“เงากรรม” และ “มาตุฆาต” เมื่อละครสั้นกลายเป็นกระจกสะท้อนสังคม โดย เงากรรม อ้างอิงเหตุการณ์จริงของ “ลูกทรพี” ที่วางแผนฆ่าพ่อแท้ๆ เพื่อเงินประกันเพียง 70,000 บาท และถึงขั้นเผาบ้านตัวเอง สะท้อนให้เห็นว่า ความโลภเพียงเสี้ยววินาที สามารถทำลายทั้งครอบครัวและศรัทธาในความเป็นมนุษย์ได้

ขณะที่ มาตุฆาต ถ่ายทอดบาปกรรม “อนันตริยกรรม” การติดยาเสพติด จนเกิดภาพหลอน และคลุ้มคลั่งฆ่ามารดา ซึ่งในพระไตรปิฎกถือว่าหนักที่สุด ละครสั้นเรื่องนี้มิใช่เพียงการเล่าเรื่องบาป หากคือการเปิดโปง ความทุกข์จริงของสังคม ที่ยังคงปรากฏและสร้างรอยแผลลึกในจิตใจผู้คน

สะท้อนใจสังคม: กรรมคือความจริง ไม่ใช่ความเชื่อ “กรรมไม่ว่าดีหรือชั่ว บางครั้งอาจให้ผลช้า แต่ยุติธรรมเสมอ เพราะกรรมให้ผลตามความจริง มิใช่ตามความเชื่อ”

บทเรียนจากงานวิจัยนี้ทำให้สังคมต้องหยุดคิด การฆ่าและเบียดเบียนไม่ใช่เพียงผิดศีล แต่คือ การทำลายตัวเอง กฎแห่งกรรมไม่เลือกเพศ วัย หรือชนชั้น ทางออกของสังคมคือการเว้นปาณาติบาต และหันกลับมาพัฒนาจิตใจบนเส้นทางแห่ง เมตตาและปัญญา

ไม่ใช่แค่วิจัย แต่คือเสียงเตือนสติแห่งยุคสมัย ผลงานของ นพขวัญ นาคนวล และการสนับสนุนจาก วส.พุทธปัญญาฯ คือการชี้ให้เห็นว่า การศึกษาที่แท้จริง ต้องกลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคม

“นวัตกรรมพุทธปัญญา” ที่สะท้อนให้สังคมเห็นเงาของกรรมที่ติดตามมนุษย์ทุกคน และปลุกให้ผู้คนหันกลับมา หยุดเบียดเบียน สร้างเมตตา และร่วมกันพาสังคมไปสู่สันติสุข

ดังนั้นผลงานวิจัยและนวัตกรรมพุทธปัญญาฯ เรื่อง “เงากรรม” และ “มาตุฆาต” จึงไม่ใช่เพียงสื่อสร้างสรรค์เพื่อความบันเทิง แต่คือ เครื่องเตือนสติของสังคมไทย ที่เชื่อมโยงคำสอนพระพุทธศาสนากับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น ผลงานชิ้นนี้ยังผ่านการ ตรวจสอบคุณภาพจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ อาทิ รศ.ดร.วุฒินันท์ กันทะเตียน (มหาวิทยาลัยมหิดล), รศ.ดร.มานพ นักการเรียน (มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย), ผศ.ดร.ประครูปลัดประวิทย์ วรธมฺโม (ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี), ผศ.ดร.พระเจริญพงษ์ ธมฺมธีโป (ประธานหลักสูตร), ดร.พระมหาศุภวัฒน์ ฉายา ฐานวุฑโฒ, ผศ.ดร.โยตะ ชัยวรมันกุล และ ดร.ปัทมาวดี แสนเขื่อนแก้ว (อาจารย์ที่ปรึกษา) การได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสถาบันเช่นนี้ คือหลักฐานชัดเจนว่า ผลงานวิจัยนี้มีทั้ง พลังทางวิชาการ และ พลังในการเปลี่ยนแปลงสังคม อย่างแท้จริง