หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สุชาติ เสียดา...

สุชาติ เสียดายเหลือเวลาน้อย สางปัญหาวัด ฟื้นศรัทธา แนะวิธีแก้วิกฤตศาสนา

9.09.25 | 21:57 น.

สุชาติ เสียดายเหลือเวลาน้อย สางปัญหาวัด ฟื้นศรัทธา แนะวิธีแก้วิกฤตศาสนา

วันที่ 9 กันยายน เวลา 16.00 น. นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวในระหว่างการเดินทางมาร่วมงานพิธีประกาศความสำเร็จและความร่วมมือในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสร้างสรรค์ Soft Power ของจังหวัดในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ห้องราชนครินทร์ ชั้น 5 ภายในมหาวิทยาลัยราชนครินทร์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ในตอนหนึ่งว่า รู้สึกเสียดายที่เหลือเวลาในการทำงานอีกเพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้น ในการทำงานที่จะทำอะไรให้ได้มากกว่านี้อีก แต่ที่ผ่านมาระหว่างที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ก็ได้จับพระไปเยอะมากแล้ว เพื่อต้องการฟื้นฟูศาสนาและวิกฤตศรัทธาของสำนักพุทธฯ และเป็นเหตุการณ์ที่มาเกิดขึ้นในขณะที่ตนได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีและดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพอดี จึงต้องเอาจริงเอาจัง แต่เสียดายที่ยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง

นายสุชาติ กล่าวว่า ซึ่งวิกฤตศาสนาที่เกิดขึ้นนั้น แก้ง่ายนิดเดียว เพราะเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินของพระ คือ พระมีเงินเยอะเกิน พอมีทรัพย์สินคนก็จ้องที่จะไปขอบริจาคในทางที่ไม่ถูกต้อง และก็มีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้นจึงแก้ได้ง่าย คือ ทรัพย์สินพระนั้นให้ประกาศให้ประชาชนรู้ว่าวัดมีเงินเท่าไหร่ เจ้าอาวาสมีเงินเท่าไหร่ ก็ประกาศให้ประชาชนรับรู้เช่นเดียวกับตนที่เป็นนักการเมือง ที่ต้องประกาศให้ทางสำนักงาน ปชช.รับรู้ จึงต้องให้เจ้าอาวาสรายงานให้ประชาชนได้รับรู้ว่ามีเงินเท่าไหร่ด้วย

ขอบคุณภาพจากเพจ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา

ส่วนการที่ได้กำหนดว่าวัดต้องถือเงินไม่เกิน 1 แสนบาท จนตนถูกด่านั้น หมายถึงว่าวัดจะต้องถือเงินวันละไม่เกิน 1 แสน แต่คนเอาไปตีความผิดกันไปว่า ตนห้ามวัดมีเงินเกิน 1 แสนบาท มีเสียงสะท้อนกลับมาว่า ถ้าอย่างนั้นวัดจะไปมีเงินพอใช้อะไร เฉพาะค่าน้ำค่าไฟก็หมดแล้ว ซึ่งตนหมายถึงให้วัดถือเงินสดไว้วันละไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนที่เหลือให้นำไปเข้าบัญชีธนาคารไว้ เพื่อให้ประชาชนหรือพวกเราจะได้รับรู้ว่า ในธนาคารนั้นวัดมีเงินเท่าไหร่

ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่แก้ได้ง่ายมาก เพราะถ้าเรารู้บัญชีของวัด บัญชีทรัพย์สินของพระว่ามีเงินเท่าไหร่ ก็จะทำให้แยกได้ว่าบัญชีวัด บัญชีพระหรือส่วนตัวนั้นมีเงินเท่าไหร่ และยังสามารถแยกได้ว่าวัดไหนรวยวัดไหนจน เพราะวัดจนเราก็อยากจะทำบุญ

Advertisement

เมื่อได้เดินทางไปยังวัดแถว อ.ท่าตะเกียบ มีพระสงฆ์สอบถามมาว่า อินโนเวชั่น นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งสร้างความยากลำบาก ที่ไปบังคับให้วัดทำรายจ่ายประจำปี ก็จะกลายเป็นไปสร้างบาปอีก เพราะวัดตามต่างจังหวัดบางแห่งยังเขียนหนังสือไม่ได้เลย ทำบัญชีก็ไม่เป็น จึงได้บอกไปทางผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะที่ จ.ฉะเชิงเทรา ให้เป็นจุดเริ่มต้นได้ประกาศออกไปว่า ให้เสมียนตราหรือทาง อบต. อบจ. หรือใครก็ตามที่อยู่ในพื้นที่หรือมีกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ไปช่วยทุกวัดในการทำบัญชี

ขอบคุณภาพจากเพจ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา

ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แก้ง่ายนิดเดียว และคงต้องร่วมมือร่วมใจดูแลวัดกัน เพราะวิกฤตศาสนา วิกฤตศรัทธาต่อทางสำนักพุทธฯ หนักหนาสาหัสเหลือเกิน จึงได้พยายามพูดอยู่ว่า อย่าไปนับถือศาสนาเพราะเราเจ้าอาวาส หรือพระที่ดูหมอเก่ง ดูนั่นเก่งดูนี่เก่ง ซึ่งไม่ใช่ เรานับถือเพราะว่าเรามีศีล 5 ศีล 8 พระวินัย 227 ข้อและเราไปสวดมนต์ โดยเริ่มต้นจากศีล 5 ก่อน สิ่งที่ต้องนับถือ คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ก่อนที่นายสุชาติ จะกล่าวชื่นชมต่อทาง มรภ.ราชนครินทร์ ที่ได้ทุ่มเทกับการทำงานสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อน จ.ฉะเชิงเทรา กับองค์กรภายนอกทุกภาคส่วนจนได้ประกาศถึงความสำเร็จให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ สู่เมืองสร้างสรรค์ “Soft Power” ซึ่งเป็นอนาคตที่ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจวัฒนธรรม สังคมสิ่งแวดล้อม และการศึกษา ที่เน้นหนักในเรื่องการเรียนการสอน โดยเฉพาะการบรรจุการเรียนการสอนในหลักสูตรของ Soft Power ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เกิดความเสร็จขึ้นในงานนี้