หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ณพลเดช เทิดทู...

ณพลเดช เทิดทูน ในหลวง ร.9 องค์พุทธศาสนูปถัมภก วัดไทยในกุสินารา ดินแดนพุทธภูมิ

5.12.25 | 20:18 น.

ณพลเดช เทิดทูน ร.9 องค์พุทธศาสนูปถัมภก วัดไทยในกุสินารา ดินแดนพุทธปรินิพพาน และดินแดนพุทธภูมิ

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ดร.ณพลเดช มณีลังกา อดีตอนุกรรมาธิการด้านพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า  จากที่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้รับฉายา “ญาณวีรโพธิ” วันนี้ที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพาน ตรงกับในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย 5 ธ.ค. 2568  ซึ่งตรงกับวันพ่อแห่งชาติและวันชาติไทย

จากความประทับใจเมื่อทราบถึงพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยหลายรัชกาลที่สนับสนุนพระพุทธศาสนาในดินแดนพุทธภูมิ โดยเริ่มตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงสนับสนุนการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดียกลับไทย เป็นชุดเดียวกับชุดที่ประดิษฐานอยู่ที่ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ถือเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับประเทศในดินแดนพุทธภูมิ อย่างเป็นทางการ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงสานต่อพระราชปณิธานในการค้ำจุนพระพุทธศาสนาในดินแดนพุทธภูมิ ผ่านพระราชกรณียกิจสำคัญ ได้แก่ การพระราชทานแบบแปลนและพระราชวินิจฉัยการออกแบบพระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธาในปี 2542 ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์แบบไทยร่วมสมัยที่มี 9 ยอด และถวายการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้า รวมถึงการพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์เมื่อครั้งทรงผนวชเพื่อประดิษฐานในพระอุโบสถของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ในปี 2543 และการรับสถานพยาบาลกุสินาราคลินิก หรือโรงพยาบาลพระพุทธเจ้าไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อใช้เป็นศูนย์การแพทย์ดูแลพระสงฆ์ ชาวอินเดีย และนักแสวงบุญนานาชาติ

Advertisement

ดร.ณพลเดช ระบุว่า พระอุโบสถวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ถูกออกแบบโดย รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 22 เมตร และลานประทักษิณกว้าง 12 เมตร ภายในประดิษฐานพระพุทธสยัมภูญาณ ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 56 นิ้ว ประดับทองคำเปลว พร้อมประติมากรรมพระสาวกสำคัญ ได้แก่ พระอานนท์ พระมหากัสสปะ พระสุภัททะ และพระอนุรุทธะ ตามพุทธประวัติคืนแห่งการปรินิพพาน

ในรัชสมัยปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงสืบสานพระราชกรณียกิจดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ทรงโปรดเกล้าฯ รับโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ เพื่อส่งเสริมงานด้านการแพทย์และการธำรงพระพุทธศาสนาในดินแดนประวัติศาสตร์

ขณะนี้วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์กำลังดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลแห่งใหม่เพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย โดยทางวัดเปิดรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่ 082-0-99317-4 ชื่อบัญชี “วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย เพื่อโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า” เพื่อร่วมสมทบทุนก่อสร้างให้สำเร็จตามเจตนารมณ์ในการรับใช้พระพุทธศาสนาบนแผ่นดินแห่งปรินิพพาน

อย่างไรก็ตามขอแผ่ส่วนกุศลให้ทุกท่านให้ได้ส่วนบุญจากการอุปสมบทในครั้งนี้ด้วย