พระสังฆราช ประทานพระโอวาท-แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ แก่กรรมการ มส.ชุดใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นประธานในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 30/2568

ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี โอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เสด็จออกห้องพระฉาก ตำหนักเพ็ชร ประทานพระวโรกาสให้กรรมการมหาเถรสมาคมเฝ้า รับประทานสำเนาประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ประกอบด้วย
- สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส
- สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม
- สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
- สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม
- พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ
- พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ
- พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส
- พระพรหมเสนาบดี วัดปทุมคงคา
- พระพรหมวชิรมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม
- พระพรหมมุนี วัดพระศรีมหาธาตุ
- พระพรหมวชิรากร วัดราชผาติการาม
- พระพรหมวัชรเมธี วัดอรุณราชวราราม
- พระพรหมวชิรเวที วัดปทุมวนาราม
- พระพรหมวชิรานุวัตร วัดบพิตรพิมุข
- พระพรหมวัชรวิมลมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
- พระพรหมวชิรรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร
- พระพรหมวัชรสุทธาจารย์ วัดอาวุธวิกสิตาราม
- พระธรรมวชิรเมธาจารย์ วัดโสมนัสวิหาร
- พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
- พระธรรมวัชรญาณวิศิษฏ์ วัดปทุมวนาราม
จากนั้น เสด็จออกท้องพระโรง ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และทรงจุดธูปเทียนถวายสักการะพระรูปเจ้าพระคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงนำสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย ประทานพระวโรกาสให้ผู้แทนกรรมการมหาเถรสมาคมเฝ้าถวายเครื่องสักการะ แล้วประทับเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๓๐/๒๕๖๘ โดยมีนางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำหน้าที่เลขาธิการมหาเถรสมาคม จากนั้น ได้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช โปรดประทานพระโอวาทเป็นพระนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความตอนหนึ่งว่า
“การปกครองหมู่คณะ และการบริหารกิจการใดๆ จำเป็นต้องเชิดชูกฎกติกาขึ้นเป็นใหญ่ เหนือกว่า ฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ และ โมหาคติ ส่วนตน ขอฝากให้ทุกท่านซึ่งล้วนเป็น ‘ผู้ใหญ่‘ ดำรงฐานะอยู่ในองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย จงยึดมั่นใน พระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ระเบียบ และมติของมหาเถรสมาคม ที่วางหลักไว้ดีแล้ว ให้เหนือยิ่งกว่าความรู้สึกนึกคิดส่วนตน ทั้งต้องกำชับพระสังฆาธิการในปกครองทุกระดับ รวมถึงผู้สนองงานใกล้ชิดท่าน ให้ยึดถือหลักการนี้ไว้ด้วย ขออย่าเผลอให้ผู้ที่อยู่ในบังคับบัญชา มาชักจูงผู้ใหญ่ จนปรวนแปรไปเพราะอคติ ทำให้เสียการเสียงาน และเสียผู้ใหญ่ได้

ในสังคมทุกสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมฆราวาส หรือสังคมสงฆ์ หากเทิดทูนกฎเกณฑ์ขึ้นเป็นใหญ่กว่าตนเอง สังคมนั้นๆ ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุก ทั้งยังเป็นความปลอดภัย ต่อตัวท่านเอง และต่อสังคมส่วนรวม สามารถป้องกันโลกธรรมฝ่ายที่ไม่น่าพึงพอใจ ไม่ให้มาเบียดเบียน สมตามหลักการที่สมเด็จพระบรมศาสดาของเราทั้งหลาย ทรงยกย่องไว้ว่าสังคมที่ดีงามนั้น ต้องยึดมั่นในหลัก ‘ธรรมาธิปไตย‘ หาใช่อัตตาธิปไตย หรือโลกาธิปไตยไม่
ขอถวายกำลังใจอีกครั้ง และขออนุโมทนาในความตั้งใจดี ที่ท่านเสียสละอุทิศตนมาทำงานเพื่อส่วนรวม กับทั้งขออนุโมทนาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ช่วยกันสนองงานคณะสงฆ์ด้วยดีตลอดมา“

