‘หลวงพี่โตน’ แนะหลักรีเซ็ตชีวิตแก้เครียด เรียนรู้ธรรมะ ซ่อมแซมใจ มองอนาคตหลัง เลือกตั้ง ไม่มีอะไรแน่นอน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 มกราคม ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เชตราชเทวี กรุงเทพฯ เครือมติชน จัดงานสัมมนา ‘Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย’ เนื่องในโอกาสที่หนังสือพิมพ์มติชนดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 49 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง เสนอแนวคิด นโยบาย และยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ปีนี้เป็นปีแห่งการฟื้นตัวและการผลิบานของประเทศ

สำหรับในช่วงบ่ายมีการเสวนา มอง 360 องศา สังคมอนาคต โดยมี พระมหาจักรธร อตฺถธโร หรือพระโตน อดีตนักร้องวงโซฟา ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายพงศธร ลิมปนเวทย์สกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักห้า จ.สมุทรสาคร เข้าร่วม
พระมหาจักรธร อตฺถธโร กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ก่อนที่จะบวชเรียน เวลามองสังคม ก็จะมีความเห็นไปต่างๆนานา แต่หลังจากบวชและศึกษาเล่าเรียน พบว่า คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มองไปที่ภายใน ทุกอย่างมีเหตุและผล ทั้งนี้ หลวงพี่บวชเรียนมา เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี มีโอกาสได้เรียนภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษา ที่รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ โดยแท้จริงแล้ว พระพุทธศาสนา สามารถครอบ ด้วยหลักไตรลักษณ์ กฎธรรมชาติ 3 ประการของสรรพสิ่ง อย่างแรกคือ “อนิจจัง” ซึ่ง”นิจจะ” แปลว่า แน่นอน หรือว่าเที่ยงแท้ “อะ” แปลว่า ไม่ เพราะฉะนั้น ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้สิ่งที่เป็นอยู่ ท่านก็บอกว่า “ทุกขัง” จะทนสภาพแบบนี้ได้ไม่นาน แล้วก็เปลี่ยนไปอีก สุดท้าย คือ “อนัตตา” จะหาความเป็นตัวตน ของเรื่องสมมติ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ไม่ได้เลย

พระมหาจักรธร อตฺถธโร กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องการแก้ปัญหากับการจัดการกับความเครียดในหลายเวที ซึ่งส่วนตัวหลวงพี่เองก็มีความเครียด ทั้งจากการเรียน สอบ และครอบครัว จะจัดการอย่างไร ก็คงต้องถามตัวเองว่า ความเครียดเกิดจากอะไร สุดท้ายแล้ว พบว่า ความเครียดเกิดจากความคาดหวัง อยากให้ทุกอย่างดี การจะแก้ปัญหานี้ได้ ก็ต้องมองเข้าไปภายในแล้วซ่อมแซมตัวเอง ไม่คาดหวัง รีเซ็ตชีวิตกับมุมมองความเข้าใจให้ตรงกับโลกที่เป็น ทุกอย่างก็จะสบายขึ้น
สมัยก่อนคนจะรู้สึกว่าศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ แต่ปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไป คนยังหวังพึ่งศาสนาได้หรือไม่ พระมหาจักรธร อตฺถธโร กล่าวว่า ในมุมของการศึกษา ทางพระพุทธศาสนา ทุกคนเป็นนักเรียน เพราะฉะนั้นต้องแยกก่อนว่า เรามาเรียนพระธรรมวินัยเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ถ้ารู้สึกว่า องค์ความรู้ตรงนี้สำคัญ ก็ไปศึกษาหาความรู้ เมื่อใจดี กายก็จะดีตามไปด้วย
“การศึกษาทางพระพุทธศาสนา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเอง ไม่ไปทำร้ายผู้อื่น ก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง “พระมหาจักรธร อตฺถธโร กล่าว
มองอนาคต ซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่อย่างไร พระมหาจักรธร อตฺถธโร กล่าวว่า การมองว่าทุกอย่างเป็นไปถามเหตุผลของ น่าจะเป็นวิธีการแบบพระพุทธศาสนา หลวงพี่ไม่ได้มีญาณหยั่งรู้ แต่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คนที่คาดหวัง อาจจะสมหวัง หรือไม่สมหวัง นั่นคือเรื่องของความเป็นจริง ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามเหตุปัจจัย ทั้งนี้ ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราตั้งจิตไว้ได้หลายจุด จุดที่หลวงพี่ควรจะตั้งไว้ในตัวเอง ทางพระพุทธศาสนา แยกเป็น 10 รายวิชาย่อย อาทิ คุยเรื่องมักน้อย คุยเรื่องวิเวก คุยเรื่องความสุข หรือคุยเรื่องตัวเองที่อยู่ภายใน เป็นต้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ไว้ลาสิกขา แล้วค่อยมาว่ากันที่หลัง
ส่วนคำถามที่ว่า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี นั้น ก็อย่างที่บอก คนที่หวังก็อาจจะสมหวัง หรือผิดหวัง สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่แน่นอน และทุกอย่างเป็นไปตามเหตุผล และปัจจัยของมัน

