หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา นักวิชาการ ชี...

นักวิชาการ ชี้ตั้ง ‘คพช.’ จัดระเบียบพระพุทธศาสนาใหม่ เน้นบริหารเงิน-ทรัพย์สินวัด

17.02.26 | 14:23 น.

นายกริช ภูญียามา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) จะไม่ทำให้เกิดฆราวาสมาปกครองพระสงฆ์ เนื่องจากหน้าที่หลักของ คพช. จะเป็นการเสนอมาตรการ และวางกลไกต่าง ๆ ต่อฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายคณะสงฆ์ เพื่อคุ้มครองและปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งในข้อ 10 (1) ของระเบียบฯ กำหนดไว้ว่า หากมาตรการหรือกลไกใด ๆ ที่ คพช. กำหนด มีความเกี่ยวข้องกับการปกครองคณะสงฆ์โดยตรง จะต้องได้รับพระสังฆราชานุมัติและต้องผ่านความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม (มส.) ก่อน อีกทั้งในข้อ 24 ของระเบียบฯ ยังสำทับไว้อีกชั้นหนึ่งว่า การดำเนินการทั้งหลายทั้งปวงของ คพช. ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช และมหาเถรสมาคม(มส.)

นายกริช กล่าต่อวว่า จากรายชื่อประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละด้านใน คพช. ที่เพิ่งมีการประกาศแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปได้ว่าจะเป็นการเดินหน้าจัดระเบียบพระพุทธศาสนาในแต่ละด้านใหม่ โดยเฉพาะด้านการบริหารการเงินและการบริหารทรัพย์สิน จากการแต่งตั้ง นายปรเมธี วิมลศิริ อดีตประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นกรรมผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารสินทรัพย์

“หากพิจารณาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นที่มาของ คพช. จะพบว่ามีความพยายามวางกฎเกณฑ์เพื่อกำกับการบริหารทรัพย์สินของวัด โดยกำหนดเป็นกรอบกว้าง ๆ ถึงมาตรการและกลไกที่จะใช้ควบคุมทรัพย์สินและเงินทองของวัด ส่วนในทางปฏิบัติคงต้องติดตามต่อว่าจะมีการกำหนดมาตรการหรือกลไกใดออกมา จึงค่อยมาประเมินกันอีกทีว่าเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตในคณะสงฆ์อย่างที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่ คพช. จึงเป็นเสมือนข้อต่อในการประสานงานหรือบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายอาณาจักรและฝ่ายพุทธจักร ทำให้การกำหนดนโยบาย การวางมาตรการ หรือกลไกต่าง ๆ เพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนามีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อดีของ คพช. ด้วย เพราะที่ผ่านมาการทำงานอาจจะไม่ได้สอดประสานกันเท่าที่ควร” ”นายกริช กล่าว

นายกริช กล่าวต่อว่า สิ่งที่ควรติดตามต่อไปคือประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานขององค์กรนี้มากกว่า นอกจากนี้ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจาก คพช. แล้ว ยังมีอีก 2 องค์กรที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาคือ คณะวินัยธรกลาง และคณะธรรมธรกลาง โดยคณะวินัยธรกลางทำหน้าที่วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการตีความและการบังคับใช้พระวินัย ส่วนคณะธรรมธรกลางจะมีหน้าที่ในการวินิจฉัยปัญหาการบิดเบือนคำสอนของพระพุทธศาสนา ทั้งนี้การแต่งตั้งคณะวินัยธรกลาง และคณะธรรมธรกลาง ในข้อ 18 และ 19 ของระเบียบฯ กำหนดให้สมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งพระภิกษุที่ทรงภูมิ แตกฉานในพระธรรมวินัย เป็นคณะวินัยธรกลาง และคณะธรรมธรกลาง คณะละ 10 รูป ทั้งนี้ ต้องผ่านความเห็นชอบจาก มส. ด้วย

“หลังจากนี้พอมีปัญหาเกี่ยวกับการตีความพระธรรมวินัยเกิดขึ้นในคณะสงฆ์หรือเกิดข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบิดเบือนหลักธรรมคำสอน ก็จะเป็นอำนาจหน้าที่ของทั้งสองคณะนี้ในการพิจารณาวินิจฉัย เสร็จแล้วก็นำเสนอสมเด็จพระสังฆราชกับ มส. พอสององค์กรนี้เห็นชอบก็จะมีผลบังคับกับคณะสงฆ์เป็นการทั่วไป”นายกริช กล่าว

Advertisement