เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่โรงแรมโซฟิเทล โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดเสวนาหัวข้อ ‘จากตะโกลาสู่สันติภาพและความยั่งยืน’ โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. มีพิธีเทวานาคาภิเษกพระพุทธธรรมวิชัยรัตนภุชงค์ ซึ่งจัดขึ้นบริเวณศาลพระพรหมของโรงแรม

จากนั้น เมื่อเวลาราว 09.30 น. เข้าสู่ช่วงเสวนา ซึ่งมีวิทยากร อาทิ พระราชญาณวชิรเวที (เจ้าคุณสายเพชร) รองเจ้าคณะภาค 10 คณบดีคณะพุทธศาสน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ
ดำเนินรายการโดย นางสาวตวงพร อัศววิไล ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าสู่เนื้อหา นางสาว วราภรณ์ วีระภุชงค์ กรรมการมูลนิธิวีระภุชงค์ กล่าวแสดงความชื่นชมต่อสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ที่ดำเนินกิจกรรมที่มีคุณค่าในการส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสร้างเครือข่ายแห่งสันติภาพ และการพัฒนาสังคมบนพื้นฐานของหลักธรรมอย่างต่อเนื่อง
“มูลินิธิวีระภุชงค์ ตระหนักดีว่า การสร้างสังคมแห่งสันติสุขไม่ได้เกิดขึ้นจากการพัฒนาด้านวัตถุเท่านั้น หากต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาจิตใจของมนุษย์ให้มีเมตตา ปัญญา และความเข้าใจซึ่งกันและกัน อันเป็นรากฐานที่สำคัญของสันติภาพที่ยั่งยืน
การจัดเสวนาในครั้งนี้ นับเป็นการเชื่อมโยงมรดกทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาทางพุทธศาสนา เข้ากับบริบทของโลกยุคปัจจุบัน เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทาง สร้างความร่วมมือ ความเข้าใจและสันติภาพระหว่างผู้คนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม
ในโอกาสนี้ มูลินิธิวีระภุชงค์ มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดงาน World Meditation Day ในเดือนตุลาคมปีนี้ อันเป็นกิจกรรมสำคัญระดับนานาชาติ ที่จะส่งเสริมการเจริญสติ สมาธิ และสันติภาพ ภายในจิตใจของผู้คนทั่วโลก” นางสาววราภรณ์ กล่าว

จากนั้น เข้าสู่การเสวนา โดยในตอนหนึ่ง ดร. สุภชัย กล่าวถึง การพัฒนาที่ยั่งยืนว่าจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยรากฐานของศีล สมาธิ และปัญญา เพราะการเจริญจิตภาวนา คือภาษาสากลที่ทุกคน ทุกชาติ ศาสนา สามารถเข้าถึงได้ร่วมกัน ผ่านธรรมชาติของอายตนะทั้ง 5
“ธรรมะ คือสัจจะของความเป็นจริงของโลก โดยมีศีลที่เรียกว่าศีลธรรมอันเป็นกติกาพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน ทำหน้าที่เป็นกฎหมายทางสังคมที่มองไม่เห็น เป็นสัญญาสของสังคมโบราณที่ทำให้เส้นทางการค้าอย่างตะโกลามีผู้คนจากทุกชาติศาสนาและความเชื่อ วัฒนธรรม เข้ามาทำการค้าและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
จากตะโกลาสู่สันติภาพและความยั่งยืนในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรำลึกถึงอดีต อันรุ่งเรือง แต่คือการนำกองทัพธรรมหมุนวงล้อแห่งธรรมสู่มวลมนุษยชาติ ที่เราทุกคนจะร่วมกันถอดบทเรียนจากอารยธรรมตะโกลา เพื่อตามหาพิมพ์เขียวแห่งสันติภาพ และการประกาศธรรมนาวา โดยกองทัพเรือ ภาค 3 ซึ่งจะนำธรรมออกสู่มหาสมุทรทั้ง 4 โดยเริ่มต้นจากการสำรวจโลก และขอให้ทุกคนกลับมาสำรวจจิตใจของพวกเราในฐานะที่การจะเปลี่ยนโลก เราต้องเปลี่ยนตัวเองได้ก่อน นั่นคือการเข้าใจในการเกิด ดับ ของรูปและนาม” ดร. สุภชัย กล่าว

ดร. สุภชัย กล่าวด้วยว่า ตนใช้ธรรมะในการออกรบ ในการเผยแผ่ธรรมให้มนุษยชาติ ปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน เกิดจากอัตตาทั้งสิ้น ถ้าหยุดเคลมกัน หยุดอ้างกัน เราก็อยู่กันได้อย่างสันติ มันไม่ได้มีปัญหาอะไรที่จะอยู่ร่วมกัน เพราะปัญหาของโลกมันมีมากพออยู่แล้ว แต่เรากลับเผาบ้านกันเอง
“ผมไม่ได้ตำหนิใคร แต่กำลังจะบอกว่า ถ้าบรรพบุรุษของเราได้ใช้ไทม์แมชชีนข้ามเวลามาพบพวกเราในวันนี้ ท่านคงหัวเราะ ขำจนฟันหลุด เพราะในอดีต เรารักกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวกรีก ชาวโรม ชาวเปอร์เซีย ดังที่พบโบราณวัตถุในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองตะโกลา
เราที่เป็นชาวพุทธเหมือนกัน ไม่อายศาสนาอื่นบ้างหรือ เราบอกว่าชาวพุทธรักสันติ แต่จิตของเราเต็มไปด้วยอกุศลหรือไม่” ดร. สุภชัย กล่าว


ทั้งนี้ เสวนาดังกล่าวมีบุคคลต่างๆ เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่, พลเรือโทวีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมวิชัย อุบลราชธานีเมืองกรรมฐานโลก
ดร.อภัย จันทนะจุลกะ รองประธานสถาบันโพธิคยาฯ , นายเกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการ, นายสุรพล มณีพงษ์ รองเลขาธิการ, มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ และนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล กรรมการบริหาร เป็นต้น





