เปิดประวัติ พระศรีวชิรธรรมสุธี วัย 28 ติดทำเนียบ ‘พระราชาคณะ’ อายุน้อยในคณะสงฆ์ไทย
ตามที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระครูศรีวชิรสุธี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระศรีวชิรธรรมสุธี นั้น
อ่านข่าว – โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระศรีวชิรธรรมสุธี วัดพระเชตุพนฯ เป็นพระราชาคณะ
พระศรีวชิรธรรมสุธี ถือเป็นหนึ่งในพระราชาคณะที่อายุน้อยในประวัติศาสตร์สงฆ์ไทย
สำหรับประวัติ พระศรีวชิรธรรมสุธี ทางเพจ “พัดยศ สมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย” ระบุประวัติดังนี้ พระศรีวชิรธรรมสุธี หรือ พระมหาวชิระ ญาณสุธี เปรียญธรรม 9 ประโยค นักธรรมชั้นเอก และปริญญาโท พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2541 (อายุ 28 ปี 3 เดือน) ที่ จังหวัดนครปฐม บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ณ วัดสร้อยทอง กรุงเทพมหานคร โดยมีพระธรรมปริยัติโสภณ (จัด โกวิโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับการอบรมวิชาเทศนา เป็น “สามเณรธรรมาสน์ทอง” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2559 ในการอุปถัมภ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

อุปสมบทเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ณ วัดสร้อยทอง กรุงเทพมหานคร โดยมีพระราชปัญญาสุธี (อุทัย ญาโณทโย ป.ธ.๙) เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลัง พระอุปัชฌาย์ได้นำมาฝากเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยมีพระธรรมรัตนากร ป.ธ.9 เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นพระนิสยาจารย์ และยังได้รับความเมตตาให้เป็นพระอุปัฏฐากใกล้ชิด จึงได้รับการอบรมสั่งสอนในพระธรรมวินัย ขนบธรรมเนียมเป็นกรณีพิเศษ ในขณะเดียวกันท่านก็ได้เป็นอาจารย์สอนบาลีพิเศษ จนสามารถสอบไล่ได้เปรียญธรรม 8 ประโยค
ต่อมา เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก็ได้รับความเมตตาอุปถัมภ์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค โดยสอบผ่านทุกชั้นปี จึงเป็นพระสงฆ์ผู้มีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย อุทิศตนสนองงานด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ เป็นอาจารย์ถวายความรู้พระภิกษุสามเณร และแสดงธรรมเทศนาแก่พุทธศาสนิกชนเป็นประจำ และเป็นที่ไว้วางใจของเจ้าอาวาส และพระเถรานุเถระในวัดให้สนองงานคณะสงฆ์ในด้านต่างๆ

ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน
- เป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
- เป็นกองงานเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
- เป็นกรรมการแผนกกิจกรรมและบำเพ็ญกุศล ฝ่ายปกครองวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
- เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ชั้นประโยค ป.ธ.๘, ป.ธ.๖ และชั้นนวกภูมิ (ถวายความรู้พระนวกะ)
- เป็นกรรมการสนามหลวง แผนกธรรม – แผนกบาลี
- เป็นผู้ปกครองกุฏิ คณะกลาง (ก.๗)
- เป็นผู้นำประโยคบาลีสนามหลวงไปเปิดสอบ คณะสงฆ์ ภาค ๗
- เป็นพระธรรมกถึก แสดงพระธรรมเทศนาประจำวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

พระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับ
- ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ชั้นประโยค ป.ธ.๓ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
- ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ชั้นประโยค ป.ธ.๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
- ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ปริญญาเอก สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
ลำดับสมณศักดิ์
- พ.ศ. 2565 เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค
- 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นพระครูศรีวชิรสุธี
- 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็น พระศรีวชิรธรรมสุธี

ขณะที่ “เจ้าคุณธีรวิทย์” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ “Teerawit Sukhontavaranon” ระบุว่า
2ปราชญ์ มหาวิทยาลัยสงฆ์ อดีตพระราชาคณะ วัย 28 ปี
อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ขณะดำรงสมณเพศเป็น พระมหาบุญรอด สุชีโว ป.ธ.9 วัดกันมาตุยาราม ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ “พระศรีวิสุทธิญาณ” เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2489 ขณะมีอายุ 28 ปี 10 เดือนเศษ
ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ ขณะดำรงสมณเพศเป็น พระมหาจำนงค์ ชุตินฺธโร ป.ธ.9 วัดสระเกศ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ “พระกวีวรญาณ” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2500 ขณะมีอายุ 28 ปี 7 เดือนเศษ
แม้ต่อมาทั้งสองท่านจะลาสิกขา แต่ยังคงอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา การศึกษา และวงวิชาการอย่างต่อเนื่อง สร้างผลงานอันทรงคุณค่า และมีส่วนสำคัญต่อการวางรากฐานมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย
นับเป็นสองนักปราชญ์ ผู้เปลี่ยนรูปแบบของการรับใช้พระศาสนา แต่ไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ในการสร้างคุณูปการแก่พระพุทธศาสนาและการศึกษาคณะสงฆ์ไทย



