หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เปิดประวัติ พ...

เปิดประวัติ พระศรีวชิรธรรมสุธี วัย 28 ติดทำเนียบ ‘พระราชาคณะ’ อายุน้อยในคณะสงฆ์ไทย

12.07.26 | 16:55 น.
พระศรีวชิรธรรมสุธี

เปิดประวัติ พระศรีวชิรธรรมสุธี วัย 28 ติดทำเนียบ ‘พระราชาคณะ’ อายุน้อยในคณะสงฆ์ไทย

 

ตามที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระครูศรีวชิรสุธี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระศรีวชิรธรรมสุธี นั้น

อ่านข่าวโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระศรีวชิรธรรมสุธี วัดพระเชตุพนฯ เป็นพระราชาคณะ

พระศรีวชิรธรรมสุธี ถือเป็นหนึ่งในพระราชาคณะที่อายุน้อยในประวัติศาสตร์สงฆ์ไทย

สำหรับประวัติ พระศรีวชิรธรรมสุธี ทางเพจ “พัดยศ สมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย” ระบุประวัติดังนี้ พระศรีวชิรธรรมสุธี  หรือ พระมหาวชิระ ญาณสุธี  เปรียญธรรม 9 ประโยค นักธรรมชั้นเอก และปริญญาโท พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

Advertisement

เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2541 (อายุ 28 ปี 3 เดือน) ที่ จังหวัดนครปฐม บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ณ วัดสร้อยทอง กรุงเทพมหานคร โดยมีพระธรรมปริยัติโสภณ (จัด โกวิโท) เป็นพระอุปัชฌาย์  ได้รับการอบรมวิชาเทศนา เป็น “สามเณรธรรมาสน์ทอง” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2559 ในการอุปถัมภ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

อุปสมบทเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ณ วัดสร้อยทอง กรุงเทพมหานคร โดยมีพระราชปัญญาสุธี (อุทัย ญาโณทโย ป.ธ.๙) เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลัง พระอุปัชฌาย์ได้นำมาฝากเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยมีพระธรรมรัตนากร ป.ธ.9 เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นพระนิสยาจารย์ และยังได้รับความเมตตาให้เป็นพระอุปัฏฐากใกล้ชิด จึงได้รับการอบรมสั่งสอนในพระธรรมวินัย ขนบธรรมเนียมเป็นกรณีพิเศษ ในขณะเดียวกันท่านก็ได้เป็นอาจารย์สอนบาลีพิเศษ จนสามารถสอบไล่ได้เปรียญธรรม 8 ประโยค

ต่อมา เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก็ได้รับความเมตตาอุปถัมภ์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค โดยสอบผ่านทุกชั้นปี จึงเป็นพระสงฆ์ผู้มีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย อุทิศตนสนองงานด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ เป็นอาจารย์ถวายความรู้พระภิกษุสามเณร และแสดงธรรมเทศนาแก่พุทธศาสนิกชนเป็นประจำ และเป็นที่ไว้วางใจของเจ้าอาวาส และพระเถรานุเถระในวัดให้สนองงานคณะสงฆ์ในด้านต่างๆ

ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน

  •  เป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่สำนักเรียนวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  •  เป็นกองงานเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
  •  เป็นกรรมการแผนกกิจกรรมและบำเพ็ญกุศล ฝ่ายปกครองวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  •  เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ชั้นประโยค ป.ธ.๘, ป.ธ.๖ และชั้นนวกภูมิ (ถวายความรู้พระนวกะ)
  •  เป็นกรรมการสนามหลวง แผนกธรรม – แผนกบาลี
  •  เป็นผู้ปกครองกุฏิ คณะกลาง (ก.๗)
  •  เป็นผู้นำประโยคบาลีสนามหลวงไปเปิดสอบ คณะสงฆ์ ภาค ๗
  •  เป็นพระธรรมกถึก แสดงพระธรรมเทศนาประจำวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

พระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับ

  • ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ชั้นประโยค ป.ธ.๓ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
  • ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ชั้นประโยค ป.ธ.๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
  •  ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ปริญญาเอก สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน

ลำดับสมณศักดิ์

  • พ.ศ. 2565 เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค
  • 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นพระครูศรีวชิรสุธี
  • 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็น พระศรีวชิรธรรมสุธี

ขณะที่ “เจ้าคุณธีรวิทย์” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ “Teerawit Sukhontavaranon” ระบุว่า

2ปราชญ์ มหาวิทยาลัยสงฆ์ อดีตพระราชาคณะ วัย 28 ปี

อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ขณะดำรงสมณเพศเป็น พระมหาบุญรอด สุชีโว ป.ธ.9 วัดกันมาตุยาราม ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ “พระศรีวิสุทธิญาณ” เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2489 ขณะมีอายุ 28 ปี 10 เดือนเศษ

ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ ขณะดำรงสมณเพศเป็น พระมหาจำนงค์ ชุตินฺธโร ป.ธ.9 วัดสระเกศ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ “พระกวีวรญาณ” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2500 ขณะมีอายุ 28 ปี 7 เดือนเศษ

แม้ต่อมาทั้งสองท่านจะลาสิกขา แต่ยังคงอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา การศึกษา และวงวิชาการอย่างต่อเนื่อง สร้างผลงานอันทรงคุณค่า และมีส่วนสำคัญต่อการวางรากฐานมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย
นับเป็นสองนักปราชญ์ ผู้เปลี่ยนรูปแบบของการรับใช้พระศาสนา แต่ไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ในการสร้างคุณูปการแก่พระพุทธศาสนาและการศึกษาคณะสงฆ์ไทย