เปิดประวัติ เจ้าคุณฌอน สมเด็จฯต่างชาติรูปแรก พระฝรั่งผู้แตกฉาน ถ่ายทอดหลักธรรมเข้าใจง่าย
เจ้าคุณฌอน – ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ จำนวน 8 รูป เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พระพรหมพัชรญาณมุนี หรือที่ประชาชนทั่วไปรู้จักกันในนาม “เจ้าคุณฌอน” หรือ “พระอาจารย์ชยสาโร” ได้รับสถาปนาสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ เป็น “สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี” ซึ่งเป็น สมเด็จฯต่างชาติองค์แรกของไทยนั้น
อ่านข่าว – ในหลวงโปรดสถาปนา 8 สมเด็จพระราชาคณะ มีพระพรหมพัชรญาณมุนี เป็นสมเด็จฯต่างชาติองค์แรก
ประวัติ “สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี”
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี มีนามเดิมว่า ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน (Shaun Michael Chiverton) เกิดวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2501 เกาะไอล์ออฟไวต์ ประเทศอังกฤษ
ปัจจุบันพระพรหมพัชรญาณมุนี สิริอายุ 68 ปี พรรษา 46 สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นพระฝรั่งศิษย์พระโพธิญาณเถร หรือหลวงพ่อชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดัง
ช่วงวัยเยาว์ มีสุขภาพไม่ดี มีอาการหอบหืด ต้องหยุดโรงเรียนบ่อย แต่ก็ได้ใช้เวลาในการศึกษาด้วยตนเอง มีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม จนบิดามีความหวังให้เข้าสอบชิงทุน เพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในสหราชอาณาจักร
ขณะศึกษาอยู่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือมากมาย กระทั่งพบคำสอนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดความเลื่อมใสศรัทธาว่าเป็น “สัจธรรมความจริง” ที่กำลังแสวงหาอยู่ จึงสนใจการฝึกจิตและศึกษาหาความรู้ทางพุทธศาสนาตั้งแต่อยู่ในวัยรุ่น
ทำงานเก็บเงินระหว่างที่กำลังเรียน และออกเดินทางหาประสบการณ์ในประเทศต่างๆ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ใช้เวลา 2 ปี จนแน่ใจว่าการศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นหนทางที่ต้องการแทนการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

บรรพชาอุปสมบท
พ.ศ.2521 ได้พบและเริ่มปฏิบัติธรรมกับอาจารย์สุเมโธ (ต่อมาได้รับสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีนามจารึกในหิรัญบัฏว่าพระพรหมวชิรญาณ) พระชาวต่างชาติรูปแรกที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชา ที่ วิหารแฮมป์สเตด ประเทศอังกฤษ
จากนั้น ถือเพศเป็นอนาคาริก (ผ้าขาว) อยู่กับพระอาจารย์สุเมโธ ถือศีล 10 เป็นเวลา 1 พรรษา แล้วเดินทางมายังประเทศไทย
พ.ศ.2522 บรรพชาที่ วัดหนองป่าพง ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
พ.ศ.2523 เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดหนองป่าพง โดยมี พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) เป็นพระอุปัชฌาย์
ทั้งนี้ ก่อนเดินทางมาประเทศไทยตั้งใจว่าจะอยู่ที่วัดหนองป่าพง ให้ครบ 5 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อศึกษาปฏิบัติธรรม ครั้นเมื่อพบหลวงพ่อชาเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาและความเป็นครู ที่มีทั้งเมตตา และปัญญาในการสอนอย่างลึกซึ้ง จึงสามารถทนต่อความยากลำบากในการปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตแบบพระวัดป่าที่เข้มงวดในวินัยและการฝึกปฏิบัติตามรอยพระพุทธเจ้า และการอยู่ร่วมกับคณะสงฆ์ชาวไทยจนเกิดความก้าวหน้า
แม้ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ แต่เรื่องภาษาไม่ใช่อุปสรรค ด้วยเชื่อว่าภาษาพื้นฐานคือ บาลี สันสกฤต ซึ่งทั้งคนไทยและต่างชาติต้องเริ่มเรียนรู้เหมือนกัน ภาษามีความยากพอกัน แต่คนไทยอาจจะง่ายกว่าที่ศัพท์ไทย มีบาลีสันสกฤต จึงต้องพยายามและขยันมาก โดยใช้วิธีการท่องตัวอักษรจนกระทั่งอ่านได้ จากนั้นอ่านศัพท์ในดิกชันนารี อีกทั้งอยู่กับครูบาอาจารย์ ปฏิบัติธรรมไปด้วย พิสูจน์ไปด้วย
กล่าวได้ว่า ท่าน เป็นพระฝรั่งผู้แตกฉานในพระพุทธศาสนา ถ่ายทอดหลักธรรมเป็นภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง เข้าใจง่าย และเป็นที่ประทับใจต่อพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป

เกียรติคุณที่ผ่านมา
วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2554 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประกาศว่าเป็นพระเถระที่ได้บำเพ็ญหิตานุหิตประโยชน์แก่สังคม ประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเป็นอเนกประการ ควรแก่การยกย่องประกาศเกียรติคุณ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ปรากฏไพศาล เป็นทิฏฐานุคติแก่อนุชนสืบไป
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 ได้รับรางวัลการส่งเสริมการศึกษาเพื่อสันติภาพ
พ.ศ.2553 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ยกย่องเชิดชูเป็นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ประจำปี 2553
พ.ศ.2563 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นกรณีพิเศษตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2563 ทั้งนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตโต) ได้เมตตาตั้งนามสกุลภาษาไทยให้ว่า ‘โพธานุวัตน์’

สมณศักดิ์
- วันที่ 28 กรกฏาม 2562 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชพัชรมานิต
- วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระเทพพัชรญาณมุนี
- วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระธรรมพัชรญาณมุนี
- วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ฝ่ายวิปัสสนาธุระ
- วันที่ 14 กรกฎาคม ได้รับสถาปนาสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏ “สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี”

ภารกิจสำคัญ
พระอาจารย์ ได้เขียนหนังสือธรรมะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้มากมาย โดยจำนวนหนึ่งมีการนำไปแปลเป็นภาษาอื่นๆ งานเขียนภาษาอังกฤษชิ้นล่าสุดของท่าน คือ ‘Stillness Flowing’ เป็นงานชิ้นสำคัญซึ่งบันทึกชีวประวัติและคำสอนของหลวงพ่อชาโดยละเอียด
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา พระพรหมพัชรญาณมุนี (ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน ชยสาโร) ได้รับนิมนต์ให้ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “ทศบารมีกถา ว่าด้วยบารมี 10 ประการ” ณ เบื้องพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี









