เปิดทำเนียบ 18 สมเด็จพระราชาคณะ ในหลวงทรงโปรดสถาปนา
หลังจากที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีเผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระสงฆ์ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้นมีอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา “สมเด็จพระราชาคณะ” จำนวน 8 รูป เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา
อ่านข่าว – ในหลวงโปรดสถาปนา 8 สมเด็จพระราชาคณะ มีพระพรหมพัชรญาณมุนี เป็นสมเด็จฯต่างชาติรูปแรก
“สมณศักดิ์พระสงฆ์” คือ ยศ หรือตำแหน่งฐานันดร ทางคณะสงฆ์ที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้แก่พระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและการปกครองคณะสงฆ์ โดยจะได้รับพระราชทาน “ราชทินนาม” (ชื่อเฉพาะสมณศักดิ์) และมี “พัดยศ” เป็นเครื่องประกอบสมณศักดิ์ตามลำดับชั้น สำหรับการจัดลำดับชั้นสมณศักดิ์ในประเทศไทย แบ่งออกเป็นดังนี้
- สมเด็จพระสังฆราช
- สมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ
- พระราชาคณะคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ
- พระราชาคณะ ซึ่งแบ่งได้ ดังนี้ พระราชาคณะชั้นธรรม, พระราชาคณะ ชั้นเทพ ,พระราชาคณะ ชั้นราช , พระราชาคณะ ชั้นสามัญ
- พระครูสัญญาบัตร
- พระฐานานุกรม
จากข้อมูลเว็บไซต์วัดโมลีโลกยาราม ให้ข้อมูลว่า “สมเด็จพระราชาคณะ” เป็นชื่อประเภทแห่งสมณศักดิ์ คำว่า “สมเด็จพระ” เป็นคำนำหน้าราชทินนาม คำว่า “สมเด็จ” เป็นคำยกย่องชั้นสูง ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรง เดิมสมเด็จพระราชาคณะเป็นตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ชั้นเจ้าคณะใหญ่มาโดยตลอด จนถึงสมัยใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช 2484 ตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะ จึงแยกจากตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ชั้นสูง แต่ในปัจจุบันสมเด็จพระราชาคณะ เป็นตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคมและสกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะแยกโดยประเภทเป็น 2 คือ 1.สมเด็จพระสังฆราช และ 2.สมเด็จพระราชาคณะ
สมเด็จพระราชาคณะ เป็นตำแหน่งรององค์ประมุขสงฆ์ นับเป็นอิสริยยศชั้นสูง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สมณศักดิ์ชั้นสุพรรณบัฏ” การสถาปนานั้นโปรดให้มีพระราชพิธีจารึกราชทินนามในสุพรรณบัฏ (แผ่นทอง) แล้วโปรดพระราชทานสถาปนาพระราชา-คณะชั้นเจ้าคณะรองขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ สมเด็จพระราชาคณะทุกรูป เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง
สมเด็จพระราชาคณะทุกตำแหน่ง มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป พระครูปลัดมีราชทินนาม พร้อมทั้งสร้อยนามและนิตยภัต และมีศักดิ์สูงกว่าเปรียญธรรม 9 ประโยค
ทำให้ในปัจจุบัน ประเทศไทยมี “สมเด็จพระราชาคณะ” ไม่รวมสมเด็จพระสังฆราช โดยแบ่งเป็นมหานิกาย 11 รูป และธรรมยุติกนิกาย 7 รูป จำนวน 18 รูป เรียงข้อมูลตามลำดับปีที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา ดังนี้
5 ธันวาคม พ.ศ. 2553
- สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ธรรมยุติกนิกาย อายุ 78 พรรษา 58

5 ธันวาคม พ.ศ. 2557
- สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร มหานิกาย อายุ 83 พรรษา 62

5 ธันวาคม พ.ศ.2559
- สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต,ศ.(พิเศษ)) วัดญาณเวศกวัน นครปฐม มหานิกาย อายุ 88 พรรษา 65

28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
- สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร มหานิกาย อายุ 89 พรรษา 67
- สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ธรรมยุติกนิกาย อายุ 76 พรรษา 56
- สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร มหานิกาย อายุ 73 พรรษา 52



14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
- สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ) วัดกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง มหานิกาย อายุ 97 พรรษา 77
- สมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี (มนตรี คณิสฺสโร) วัดเครือวัลย์ วรวิหาร ธรรมยุติกนิกาย อายุ 85 พรรษา 65


14 กรกฎาคม พ.ศ.2569
- สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ (บุญเรือง ปุญฺญโชโต) วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร ธรรมยุติกนิกาย อายุ 90 พรรษา 71
- สมเด็จพระญาณวชิโรดม (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ธรรมยุติกนิกาย อายุ 86 พรรษา 64
- สมเด็จพระญาณวชิรมงคล (ลือชัย คุณวุฑฺโฒ) วัดราชาธิวาส ราชวรวิหาร ธรรมยุติกนิกาย อายุ 96 พรรษา 76
- สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร มหานิกาย อายุ 95 พรรษา 75
- สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี (เชิด จิตฺตคุตฺโต) วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร มหานิกาย อายุ 85 พรรษา 64
- สมเด็จพระพุทธวชิรากร (สุนทร สุนฺทราโภ) วัดราชผาติการาม วรวิหาร ธรรมยุติกนิกาย อายุ 83 พรรษา 61
- สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) วัดสามพระยา มหานิกาย อายุ 81 พรรษา 59
- สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ มหานิกาย อายุ 71 พรรษา 51
- สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ (ธงชัย สุขญาโณ) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร มหานิกาย อายุ 70 พรรษา 50
- สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี (ฌอน ชยสาโร) สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา มหานิกาย อายุ 68 พรรษา 46









