สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา 2569
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2569 ความว่า
“ดิถีอาสาฬหบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง เป็นโอกาสให้สาธุชนทั้งหลาย รำลึกถึงวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน อันเป็นการเริ่มประกาศพระศาสนา กระทั่งบังเกิดมีพระอริยสงฆ์ ครบถ้วนพร้อมเป็น “พระรัตนตรัย” นับเป็นนักขัตฤกษ์สำคัญ และยังเป็นเกียรติภูมิของชาติไทย ด้วยเป็นประเทศแรกในโลก ที่ริเริ่มให้จัดวันบูชาพิเศษในดิถีเพ็ญอาสาฬหะ เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกาศความเป็นเมืองพระพุทธศาสนา ซึ่งช่วยจรรโลงจิตใจของชนในชาติให้ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา
ปฐมเทศนาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นั้น คือ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ทรงชี้วิถีทางแห่งการดับเพลิงกิเลสให้สูญไปโดยสิ้นเชิง ด้วยมรรคมีองค์ 8 เรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวการณ์ในโลกอันเร่าร้อนไปด้วยความเบียดเบียน จนถึงขั้นประหัตประหารก่อสงครามรบพุ่งกัน ส่งผลร้ายแพร่ขยายไปทั่วโลก แม้แต่กับผู้มิได้อยู่ในฐานะชาติศัตรู พุทธบริษัทพึงหันมาพิจารณาทบทวนอริยมรรคประการหนึ่งในองค์ 8 ซึ่งหากอบรมให้เจริญขึ้นแล้ว ย่อมยังสันติสุขให้บังเกิดขึ้นได้ ได้แก่ “สัมมากัมมันตะ” แปลว่า “การงานชอบ” ในทางพระพุทธศาสนาหมายถึงการงดเว้นกายทุจริต 3 อย่าง กล่าวคือ 1. งดเว้นจากการฆ่า 2. งดเว้นจากการลักฉ้อ และ 3. งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม หากสังเกตพฤติการณ์แห่งความวิวาทบาดหมางอันเป็นไปในโลก จักเห็นประจักษ์ได้ว่าล้วนมีมูลมาแต่การกระทำกายทุจริตทั้ง 3 ประการนี้ ครอบครัวใด ชุมชนใด ประเทศใดที่กำลังเดือดร้อนนอนทุกข์ หาความผาสุกร่มเย็นมิได้ ล้วนเป็นเพราะครอบครัวนั้น ชุมชนนั้น และประเทศนั้น ยังมีสมาชิกผู้มุ่งประหัตประหารฆ่าฟัน มุ่งลักวิ่งชิงปล้นฉ้อโกงเบียดบังทรัพย์ของผู้อื่น และมุ่งแย่งยื้อเอาของรักคนรักของผู้อื่นไป โดยยอมตนลงให้พ่ายแพ้แก่อำนาจกิเลสตัณหาของตน ๆ ทั้งสิ้น
วันอาสาฬหบูชา นอกจากจะเตือนใจให้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อันเป็นสรณะสูงสุดของพุทธบริษัทแล้ว ยังชักจูงใจให้เราทั้งหลายมั่นคงแน่วแน่ด้วยปณิธานแห่ง “สัมมากัมมันตะ” เพราะฉะนั้น หากท่านประสงค์ให้โลกสงบสุข ขอจงเร่งเจริญรอยตามพระยุคลบาทของพระพุทธองค์ ผู้ทรงพระมหากรุณาประทานอริยอัฏฐังคิกมรรคไว้เป็นหนทาง พร้อมเพรียงกันบำเพ็ญคุณประโยชน์ โดยเริ่มที่ตนเอง จากการมี “สัมมากัมมันตะ” อยู่ทุกขณะ ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลให้เพื่อนร่วมชาติ ร่วมสังคม สามารถก้าวข้ามพ้นจากความทุกขโทมนัส แปรเปลี่ยนเป็นความเกษมสวัสดิ์ของสรรพชีวิตบนโลกนี้ได้สืบไป ตลอดกาลนาน.”


