สำนักพุทธฯไม่ให้ ‘ป้าดา’ ดูเอกสารตั้งวัดป่าอดุลยาราม จนท.บอกเป็นความลับ ให้อุทธรณ์ที่สำนักนายกฯ
วันนี้ 21 สิงหาคม นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หรือ “ป้าดา” พร้อม “ป้าบัวไข” ผู้จัดการมรดก ทายาท และผู้ติดตาม เดินทางมายัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อขอตรวจสอบเอกสาร-หลักฐานการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ว่ามีการขออนุญาต จัดตั้งวัดตามกฎระเบียบของสำนักพุทธฯ และ พรบ.สงฆ์ หรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประสาน นายธีรเดช จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากไม่พบรายชื่อวัดป่าอดุลยาราม ในทำเนียบของสำนักงานพระพุทธศาสนาชาติ

ป้าดา เปิดเผยหลังเข้าพบ ตัวแทนสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า รู้สึกผิดหวัง เพราะสิ่งที่ต้องการทราบ ทางสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติไม่สามารถตอบได้ว่า การจัดตั้งวัดถูกต้อง และไม่สามารถนำเอกสารมาชี้แจงได้ โดยให้เหตุผลว่าทุกอย่างเป็นความลับ และแนะนำให้ทายาทยื่นอุทธรณ์ไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ทาง ผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เคยบอกในรายการโหนกระแสว่า มาขอดูได้เลย หากวันนี้มีเอกสารชัดเจนตามที่ขอว่า ที่ดินผืนดังกล่าวเป็นวัดอย่างถูกต้องทายาทก็ไม่ติดใจอะไร หลังจากนี้ ก็จะเดินหน้าตามหาความจริงและไปให้สุดทาง

ขณะที่นางบัวเรียน พิมพ์ศรี ทายาทนายเฮียง (เสื้อน้ำเงิน) เปิดเผยว่า ทายาททุกคนต้องการให้ตรวจสอบที่ดินผืนดังกล่าวว่า มีการจัดตั้งวัดถูกต้องหรือไม่ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการยื่นเอกสารสอบถามการจัดตั้ง แต่ก็ไม่มีความชัดเจน โดยคำตอบที่ได้จากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ทำให้ตัวเองผิดหวังมาก แต่หลังจากนี้ทางทายาทจะต้องกลับไปปรึกษากับทนายความว่าจะดำเนินการยื่น อุทธรณ์ต่อไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่
และ ทุกคนรู้ว่ากรรมการวัดทุกรุ่น ต้องการที่ดินผืนดังกล่าวเพราะทำเลดีสำหรับวัด ที่ผ่านมา ส่วนที่ ประกาศในราชกิจจาบอกว่าที่ดินนี้เป็นของวัดถูกต้องแล้ว แต่ส่วนตัวมองว่ายังไม่ถูกต้อง และยังติดใจ เพราะที่ผ่านมาทายาทไม่เคยรับรู้ มีแต่เอกสารลับๆ พร้อมตั้งคำถามว่า “แอบทำกันทำไม ส่วนตัวมองว่ายังไม่ถูกต้อง
“ส่วนตัวคิดว่าไม่ถูกต้อง จากนี้ขอให้ทำทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้มันสมบูรณ์ มันจะเจริญไปเรื่อยๆ”

ขณะที่ ป้าบัวไข เปิดเผยๆสั้นๆว่า วันนี้เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ให้ดู เพราะเอกสารเป็นความลับ แต่ตนอยากดูอยากรู้ ว่าจริงหรือเปล่า และความจริงเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องที่ตนถูกดำเนินคดี ตนรู้สึก เฉยๆ แต่ลูกของตนร้องไห้ ตนได้แต่บอกลูกไม่ต้องเสียใจอะไรเป็นความจริงมันก็คือความจริง
ด้านทนายความ(สูทดำ) เผยว่า ที่มาวันนี้ เพื่อต้องการมาเพื่อตรวจสอบขั้นตอนการสร้างวัด และหลักฐานการสร้างวัด และคิดว่าเอกสารในส่วนนี้น่าจะเป็นแฟ้มกับหนังสือถวายฎีกา แต่วันนี้ได้เอกสารแบบนี้แบบเดียว ซึ่งเป็นเอกสารที่ไม่จำเป็นไม่มีประโยชน์ เพราะมีอยู่แล้ว
และส่วนตัวมองว่าเอกสารที่ทายาทขอดูไม่ควรที่จะเป็นความลับถ้าหากมีการนำเอกสารออกมาชี้แจงให้ญาติดูในวันนี้เรื่องคงจะจบ


