หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เผยลูกศิษย์ แ...

เผยลูกศิษย์ แจ้งเบาะแส หลวงพ่อโชติ เจอพิรุธเส้นเงิน ขายวัตถุมงคล บชก.แถลงพรุ่งนี้

10.09.26 | 15:45 น.

เผยลูกศิษย์ แจ้งเบาะแส หลวงพ่อโชติ เจอพิรุธเส้นเงิน ขายวัตถุมงคล บชก.แถลงพรุ่งนี้


วันที่ 10 กันยายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงที่มาของคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้รับเบาะแสจากลูกศิษย์ คนหนึ่ง ที่ไม่ประสงค์ออกนาม ประสานข้อมูลมาให้ตำรวจกองปราบ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม รวมถึงคลิปหลักฐานต่างๆ และข้อมูลการเบียดบังทรัพย์ มาให้และทางตำรวจนำไปสืบสวนต่อในทางลับ จนเข้าสู่การออกหมายจับในวันนี้

เบื้องต้นผู้แจ้งให้ข้อมูลในหลายประเด็น ทั้งพฤติกรรมส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาสกับสีกา รวมถึงเรื่องการจำหน่ายวัตถุมงคล และข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะเงินที่ควรนำเข้าบัญชีของวัด แต่กลับพบความผิดปกติ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ตามหลักการ เงินที่ได้จากกิจกรรมต่างๆ ของวัด ควรเข้าสู่บัญชีวัด และการนำไปใช้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ แต่จากการตรวจสอบคดีนี้พบความพยายามเปลี่ยนแปลงเส้นทางเงิน โดยบางส่วนมีการโอนไปยังบุคคล และต่อมามีการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา แต่ออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด

Advertisement

โดยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินและเส้นทางการเงินทั้งหมด ยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน ซึ่งตอนนี่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ แต่เบื้องต้นอาจมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมประมาณ 1-2 คน

ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างอดีตเจ้าอาวาสกับสีกาคนสนิท จากการสืบสวนตำรวจเชื่อว่าเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกันประมาณ 2 ปี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ประเด็นพระธรรมวินัย เป็นเรื่องที่ตำรวจไม่ได้เข้าไปดำเนินการโดยตรง ตำรวจมุ่งตรวจสอบพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตและเส้นทางการเงินเป็นหลัก

สำหรับการเข้าจับกุมและตรวจค้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เมื่อเช้านี้ ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุม ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสให้ความร่วมมือตรวจค้นดี ซึ่งมีการตรวจค้น 5 จุด ใน 3 จังหวัด ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร และอยู่ระหว่างตรวจค้น ซึ่งในกุฏิ ยังมีการตรวจยึด ทั้งเงินสด เอกสาร และวัตถุพยานต่างๆ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังย้ำว่า คดีนี้ตำรวจใช้เวลาสืบสวนประมาณ 2 เดือน เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นพระชั้นผู้ใหญ่และมีชื่อเสียง มีบุคคลจำนวนมากให้ความเคารพศรัทธา ตำรวจจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความชัดเจนเพียงพอก่อนดำเนินการออกหมายจับ

ส่วนพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งคลิป เอกสาร และสลิปทางการเงิน ตำรวจระบุว่าอยู่ในสำนวนทั้งหมด และจะนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา

สำหรับการพิจารณาคัดค้านการประกันตัว ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นว่าจะมีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ให้ความเคารพจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน และตำรวจยังอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย โดยรายละเอียดเชิงลึกยังอยู่ในสำนวน โดยวันพรุ่งนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว ในเวลา 11.00 น.