ครม.เห็นชอบ เจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา คนใหม่
เมื่อวันที่ 22 กันยายน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการศาสนา เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า นายเจษฎาเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมและการบริหารราชการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นและสั่งสมประสบการณ์สำคัญจาก กรมศิลปากร เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม และรองอธิบดีกรมศิลปากร ก่อนมาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ทำให้มีประสบการณ์ทั้งด้านการอนุรักษ์และบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรม การบริหารงานในระดับกรม และการติดตามงานในพื้นที่
“ประสบการณ์ของนายเจษฎามีความเชื่อมโยงกับภารกิจของกรมการศาสนาในหลายมิติ ทั้งงานด้านศิลปวัฒนธรรม มรดกทางวัฒนธรรม การทำงานในพื้นที่ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและเครือข่ายต่าง ๆ ดิฉันเชื่อว่าจะสามารถนำประสบการณ์เหล่านี้มาต่อยอดการบริหารงานด้านศาสนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
รัฐมนตรีว่าการวธ. กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายเจษฎามีโอกาส รับผิดชอบภารกิจสำคัญด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ลงพื้นที่และติดตามภารกิจที่เกี่ยวข้องกับทั้งมิติด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง จังหวัด หน่วยงานด้านศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ประสบการณ์ดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมการศาสนาให้เชื่อมโยงกับพื้นที่และประชาชนมากยิ่งขึ้น
“สิ่งที่ต้องการเห็น คือ การทำงานด้านศาสนาที่เข้าถึงประชาชนและเชื่อมโยงกับชุมชน สามารถนำคุณค่าของศาสนา ประเพณี วิถีชีวิต และทุนทางวัฒนธรรม มาสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในความหลากหลายทางศาสนา”
น.ส.ซาบีดา กล่าวในตอนท้ายว่า เชื่อว่าประสบการณ์ของนายเจษฎาจะช่วยเสริมความต่อเนื่องในการบริหารงานกรมการศาสนา และสนับสนุนการทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ องค์การทางศาสนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านศาสนาให้สอดรับกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และเกิดผลที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนและประเทศ


