หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เจ้าอาวาสวัดส...

เจ้าอาวาสวัดสุทธิฯ เผยภาพกุฏิเต็มไปด้วยขยะ ชี้โรคฮิคิโคโมริ กำลังเข้าสู่วัด-สังคมไทย

9.10.26 | 14:31 น.

เจ้าอาวาสวัดสุทธิฯ เผยภาพกุฏิเต็มไปด้วยขยะ ชี้โรคฮิคิโคโมริ กำลังเข้าสู่วัด-สังคมไทย

 


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พระราชสุทธิวัชรสุธี เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เมื่อโรคฮิคิโคโมริ (Hikikomori) กำลังเข้าสู่วัดและสังคมไทย

3-4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ที่วัดสุทธิวรารามได้มีคนที่มีลักษณะดังกล่าวมาขอบรรพชาอุปสมบท 3-4 ราย ด้วยทางญาติและผู้ที่ต้องการอุปสมบทมีความปรารถนาจะขออยู่แบบสงบ เพื่อปลีกตัวออกจากสังคม ซึ่งแน่นอนว่าตามหลักพระพุทธศาสนา ผู้ที่ต้องการหลีกลี้ออกจากการอยู่กับหมู่คณะ เพื่อประพฤติปฏิบัติธรรมถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสรรเสริญ

แต่ว่าเมื่อทำการบรรพชาอุปสมบทมาแล้วหนึ่งพรรษา หรือย่างเข้าสู่พรรษาที่ 2-3 ทางวัดก็เริ่มสังเกตเห็นว่า ท่านรูปนั้น มีอาการที่ปลีกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรง มีความสกปรก ทั้งตัวเองและห้องที่พักอยู่อาศัย ทางวัดก็ตักเตือนให้ท่านยึดมั่นในเสขิยวัตรและกฎระเบียบของวัด ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ท้ายที่สุดก็ต้องหาวิธีการรักษา

Advertisement

จากการศึกษาข้อมูลพบว่า ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) เป็นภาวะที่บุคคลแยกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง โดยใช้เวลาอยู่แต่ในห้องหรือบ้านนานเกิน 6 เดือน ไม่เรียน ไม่ทำงาน และไม่ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างชัดเจน โดยมักเกิดขึ้นในวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานตอนต้น

แม้จะเริ่มพบมากในประเทศญี่ปุ่น แต่ในปัจจุบัน ภาวะนี้เริ่มปรากฏในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เผชิญกับแรงกดดันทางการศึกษา เศรษฐกิจ หรือปัญหาภายในครอบครัว หรือการเสพติดกับเกมหรือโลกออนไลน์เป็นระยะเวลานานๆ

สาเหตุของโรคฮิคิโคโมริ
ความเครียดสะสมจากการเรียนหรือทำงาน ประสบการณ์ล้มเหลวหรือผิดหวัง ความคาดหวังจากครอบครัวหรือสังคม

การถูกบูลลี่ หรือประสบการณ์ลบทางสังคม ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลที่ไม่ได้รับการดูแล ปัญหาครอบครัวหรือขาดการสนับสนุนทางอารมณ์ หรือแม้กระทั่งการติดเกมและเสพติดโลกออนไลน์จนเกินไป

อาการที่ควรสังเกต
แยกตัวอยู่ในห้องเป็นเวลานาน ไม่ออกไปข้างนอก ไม่เรียน ไม่ทำงาน และไม่เข้าสังคม หลีกเลี่ยงการพูดคุยแม้แต่กับคนในครอบครัว พฤติกรรมซ้ำซาก เช่น ติดเกม นอนดึก ตื่นสาย เฉยชา ขาดแรงจูงใจ ไม่สนใจอนาคต อาจมีอาการร่วมของโรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

แนวทางการป้องกัน
ส่งเสริมความเข้าใจและเปิดใจรับฟังในครอบครัว ไม่ตัดสินหรือตั้งความคาดหวังมากเกินไป เปิดโอกาสให้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์ สังเกตสัญญาณความผิดปกติทางพฤติกรรมแต่เนิ่นๆ ส่งเสริมทักษะทางสังคม และการปรับตัวต่อแรงกดดัน

แนวทางการรักษา
เข้ารับคำปรึกษาทางจิตเวช เพื่อประเมินอาการอย่างเป็นระบบ การบำบัดพฤติกรรมและความคิด (CBT) เพื่อปรับมุมมองและลดความวิตกกังวล การบำบัดร่วมกับครอบครัว เพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนที่เหมาะสม ส่งเสริมการกลับเข้าสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยกิจกรรมกลุ่มหรือโปรแกรมฟื้นฟู ในบางกรณี อาจมีการใช้ยา เช่น ยาต้านเศร้าหรือยาคลายกังวล ตามดุลยพินิจของแพทย์

ข้อควรจำ
โรคฮิคิโคโมริไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย แต่เป็นภาวะที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม หากพบว่าบุคคลใกล้ตัวมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิตโดยเร็ว เพราะ “การดูแลใจ” คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีและสมดุล
ภาพที่เห็น เป็นภาพห้องของพระที่ท่านป่วยโรคนี้ และตอนนี้กำลังกลับไปบำบัดรักษาที่ต่างจังหวัดเพื่อช่วยฟื้นฟู ก็หวังว่าหลักการทางพระพุทธศาสนาและกระบวนการฟื้นฟูด้วยความรักความเมตตา รวมทั้งการเอาใจใส่จากทุกฝ่ายจะช่วยแก้ไขโรคนี้ให้กับลูกหลาน และบุคคลในครอบครัวที่มีลักษณะแนวนี้เพิ่มขึ้น