‘สมภาร พรมทา’ลาออก’กก.วัฒนธรรมแห่งชาติ’ เผยก่อนนี้เชื่อว่าทหารบางคนมีวัฒนธรรมฉันปัญญาชน

28.11.17 | 14:10 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ศาสตราจารย์ ดร.สมภาร พรมทา อดีตอาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เผยแพร่สำเนาจดหมายถึงปลัดกระทรวงวัฒนธรรมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

จดหมายระบุว่า

เรียน ท่านปลัดกระทรวงวัฒนธรรมที่นับถือ

ผมได้รับหนังสือเชิญประชุมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม ที่จะถึงแล้ว หนึ่งในวาระการประชุมคือการพิจารณาผลการสรรหาศิลปินแห่งชาติประจำปี 2560 แรกทีเดียวผมตั้งใจว่าจะทำหนังสือหลังจากเราพิจารณาตำแหน่งศิลปินแห่งชาติเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผมก็ไม่สามารถรอจนถึงวันนั้นได้ ด้วยเหตุผลที่ผมจะกล่าวต่อไป

หนังสือนี้เป็นหนังสือขออนุญาตลาออกจากตำแหน่ง 2 ตำแหน่งที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ โดยคำสั่งแต่งตั้งของท่านนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ลงนามแทนคือ

Advertisement

1.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

2.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 6

เหตุผลในการลาออกคือ เมื่อแรกที่ผมรับตำแหน่ง ผมเชื่อว่าคนที่ผมจะมาทำงานด้วยคือท่านปลัดกระทรวง ท่านรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นปัญญาชนที่ผมสามารถทำงานทางปัญญาร่วมด้วยได้ ผมเข้าใจไม่ผิด เราทำงานร่วมกันมาราบรื่น ในที่ประชุม เราถกเถียงกันได้ เห็นต่างกันได้ ส่วนตัวผมมีหลายเรื่องที่อยากเสนอเพื่อให้การทำงานทางวัฒนธรรมในนามรัฐดำเนินไปอย่างยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย เช่นเรื่องตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ และที่ผ่านมา ท่านปลัดกระทรวงก็คงเห็นด้วยตนเองว่าผมพยายามในเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากเรื่องที่ผมอยากเห็นไม่ง่าย เช่น อยากเห็นตำแหน่งศิลปินแห่งชาติที่เปิดกว้างแก่คนมีฝีมือ โดยเราไม่ต้องสนใจว่าเขามีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร ที่ผ่านมา ผมอาจเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดบรรยากาศที่ตึงเครียด เวลาที่พวกเราต้องประชุมพิจารณาเรื่องเช่นนี้ แต่เราก็ผ่านเรื่องเหล่านั้นมาด้วยดีฉันมิตร และบุคคลที่ผมเชื่อว่าทำให้เรื่องยากๆ พวกนี้ค่อยๆ ดีขึ้น แม้จะไม่ทันทีทันใดก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งถูกปรับออกจากตำแหน่งไปไม่กี่วันนี้

ผมเป็นคนโบราณบ้านนอก ผมทำงานกับเพื่อน ไม่ทำงานกับคนที่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพื่อนหรือไม่ เพื่อนในความรู้สึกผมคิดต่างกันได้ เถียงกันได้ ไม่พอใจกันได้ในบางช่วงจังหวะการทำงาน แต่ที่สุด เราจะรู้กันว่าเราคือเพื่อนกัน เมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรีในสามสี่วันที่ผ่านมา ผมคิดว่า ถึงเวลาที่ผมต้องโบกมือลาจากตำแหน่งที่รัฐบาลชุดนี้เชื้อเชิญให้ผมมารับได้แล้ว ผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรในทางวัฒนธรรม สิ่งที่ทำให้ผมยังทำงานอยู่ได้ก่อนหน้านี้คือผมเชื่อว่านายทหารบางคนมีวัฒนธรรมฉันปัญญาชน เหตุการณ์ที่รัฐกระทำต่อชาวเทพาวันนี้ทำให้ผมคิด (ซึ่งอาจจะผิดก็ได้) ว่า ไม่มีประโยชน์ที่ผมจะอยู่ทำงานทางวัฒนธรรมใต้สภาพที่เรื่องง่ายๆ เช่นนี้ ผู้นำรัฐไม่สามารถจัดการได้ การพูดกันเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของมนุษย์ แต่เราก็ไม่พูดกัน ผมช่วยเรื่องง่ายๆ ขนาดนี้ให้เกิดไม่ได้ แล้วผมจะมีหน้าอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้อย่างไร

ผมไม่อาจคาดการณ์อนาคต การลาออกเหมือนเห็นแก่ตัว ผมยอมรับ ผมไม่รู้สึกว่าใครผิดใครถูก รวมทั้งตนเองด้วย รู้สึกเพียงว่า เมื่อผมอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า (ไม่รวมท่านปลัดกระทรวงและท่านรัฐมนตรีนะครับ ฝากความระลึกถึงมายังท่านด้วย) ผมทำงานไม่ได้ ผมสมควรไป เท่านั้นเองครับ