ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมพร้อมผลักดันรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มตลอดปี 2562 ที่ตั้งเป้าทำรายได้ 3.41 ล้านล้านบาท โดยจะเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุกแรง ภายใต้โครงการไฮไลต์ “ตลาดในประเทศ” คนไทยเตรียมพบกับ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน” ระหว่างตุลาคม-ธันวาคม 2561 จะใช้สานพลังร่วมกันทั้ง 4 รัฐวิสาหกิจ ทั้ง ททท. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย
ททท.จะผนึกทีมกับ 3 รัฐวิสาหกิจ ทำแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่กระตุ้นการท่องเที่ยวโค้งสุดท้ายปีนี้ให้คึกคักมากที่สุด โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมาเป็นพรี-เซ็นเตอร์ นำเที่ยวเส้นทางตัวอย่างเมืองท่องเที่ยวรอง เพื่อปลุกกระแสชวนคนไทยหันมาเลือกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นอันดับแรกก่อนตัดสินใจไปเที่ยวต่างประเทศ
ผนวกกับการรณรงค์ให้คนไทยออกมาเดินทางท่องเที่ยวใช้สิทธิประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลเรื่องการนำค่าใช้จ่ายคนละ 15,000 บาท ตลอดการท่องเที่ยว 55 เมืองรอง ช่วง 3 เดือนสุดท้าย ระหว่างตุลาคม-ธันวาคม นี้ ไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาปี 2561
ส่วน “ตลาดต่างประเทศ” ททท.จะจัดให้ทั่วโลกได้พบกับโครงการ “EAT THAI VISIT THAI -กินอาหารไทย เที่ยวเมืองไทย” ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าว ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พร้อมทั้งมอบนโยบายให้ ททท.ดำเนินการระหว่างสิงหาคม 2561-กันยายน 2562
ว่าการ ททท.กล่าวว่า ยังมีอีกภารกิจสำคัญในปี 2562 ตามที่ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็น “ประธานอาเซียน” ททท.พร้อมจะรวมพลังด้านท่องเที่ยวกับสมาชิกอาเซียน โดย ททท.จะเสนอในการประชุมผู้ว่าการองค์การท่องเที่ยวเวที ASEAN TOURISM FORUM 2019 :ATF 2019 เดือนมกราคม 2562 ณ เมืองดานัง สาธารณรัฐเวียดนาม เชิญชวนให้ทุกประเทศหันมาร่วมมือกันทำแคมเปญ “การท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบ” หรือ “VISIT ASEAN Responsibility Tourism” ซึ่งจะสร้างการท่องเที่ยวยั่งยืนได้อย่างแท้จริงในระยะยาว
เนื่องจากอาเซียนมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังเมืองไทยปี 2561 ใกล้เคียงกับจีนคือประมาณ 9.8 ล้านคน ดังนั้นจึงใช้โอกาสที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน ทำเป็นปีท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับเทรนด์ทั่วโลกให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันหันมาดูแลใส่ใจรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดร.ยุทธ์ศักดิ์ ย้ำว่า ตลอดปีงบประมาณ 2562 จะเน้นพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวโดยมุ่งเพิ่มการเติบโตใน 55 เมืองรอง โดยจะขยายกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกด้วยโครงการ “MORE LOCAL” กระตุ้นทั้ง 5 ภูมิภาค ธีมเบื้องต้นจะต้องหารือกันต่อไปภายใน ททท. ประกอบด้วย ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก เร่งต่อยอดการท่องเที่ยวตามรอยเมืองรอง ผนวกจุดแข็งและจุดขายเรื่องอาหารถิ่นของ แต่ละภาค แต่ละเมือง แต่ละชุมชน ร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่า สร้างความรู้ ความเข้าใจ และดึงดูดความสนใจ ให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติโดนใจเดินทางเข้ามาค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่ในแต่ละมุมของแคมเปญ “AMAZING THAILAND OPEN TO THE NEW SHADES”
ส่วนโครงการ More Local ในทั้ง 5 ภูมิภาค จะต้องทำเป็นธีมขายเบื้องต้นกำลังหารือกันอยู่ตั้งแต่ละชื่อตามคอนเซ็ปต์ดังนี้
ภาคใต้- More Inspire ปลุกการท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภาคเหนือ – More Authentic ปลุกการท่องเที่ยวด้วยเรื่องราวศิลปวัฒนธรรมที่บอกเล่าวิถีชีวิต อันเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ท่ามกลางภูมิประเทศที่สวยงาม
ภาคกลาง – More Legacy ปลุกการท่องเที่ยวด้วยศิลปกรรม การหลอมรวมวัฒนธรรมนานาชาติและวิถีชาวน้ำที่สืบทอดเป็นมรดกแห่งสยาม
ภาคอีสาน – More Gastronomy ปลุกการท่องเที่ยวด้วยอาหารที่บอกเล่าเรื่องราววิถีคนอีสาน ความชาญฉลาดของคนที่มีต้นทุนจากความกันดาร
ภาคตะวันออก – More Fun ปลุกการท่องเที่ยวด้วยการเปลี่ยนกิจกรรมวันธรรมดาให้เป็นเรื่องแสนสนุกที่จะเติมสีสันให้ชีวิต
โดยแต่ละภาคจะถูกนำอัตลักษณ์มาทำใหม่ และส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล สร้างรายได้กระจายลงไปยังชุมชนฐานราก มุ่งปลุกกระแสคนไทยเที่ยวในประเทศ ด้วยการร้อยเรื่องราวที่มีอยู่มากมายมานำเสนอ ควบคู่กับการพยายามเปลี่ยน “วันธรรมดา” ให้เป็นวันสุข ทุกที่ ทุกเวลา
ททท.พร้อมทำหน้าที่รัฐวิสาหกิจแถวหน้าของประเทศนำความสำเร็จทางการท่องเที่ยว ทำให้คนไทยทั้งประเทศอยู่อย่างมั่งคั่ง ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำโดยมีรายได้ท่องเที่ยวเข้าไปหล่อเลี้ยง ชุมชน เมืองรองอย่างเต็มศักยภาพต่อไป

