หน้าแรก มติชนทีวี สรุป 8 กลไกเฝ...

สรุป 8 กลไกเฝ้าระวัง ผู้สูงวัยถูกละเมิดสิทธิ

14.01.19 | 10:10 น.

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในอาเซียน และถือเป็นความท้าทายที่ทุกประเทศจะต้องเผชิญ และจะต้องเตรียมมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้นี้

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อผู้สูงอายุไทย หรือ มส.ผส. โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนและการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงการการเข้าสู่งสังคมผู้สูงอายุ และขับเคลื่อนด้านผู้สูงอายุมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าผู้สูงอายุไทยมักจะถูกละเมิดสิทธิจากบุคคลใกล้ชิดทั้งทางจิตใจ ร่างกาย และทรัพย์สิน

ขณะที่กลไกเฝ้าระวังที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ ก็มีข้อจำกัดและมีอุปสรรคหลายด้านที่เกิดจากความไม่ชัดเจนด้านมาตรการ อาทิ การช่วยเหลือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขาดความต่อเนื่อง , กฎระเบียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เอื้อต่อการช่วยเหลือผู้สูงอายุ, ผู้สูงอายุปฏิเสธความช่วยเหลือ รวมไปถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินของผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวยเองได้ไม่เต็มที่ และถูกฉ้อโกงจากบุคคลใกล้ชิดหรือบุคคลอื่น

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อผู้สูงอายุไทย หรือ มส.ผส. โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนและการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จึงได้ทำการศึกษาและสรุปข้อเสนอแนะด้านกลไกการเฝ้าระวังปัญหาการละเมิดสิทธิผู้สูงอายุ ประกอบด้วย การใช้มาตรการทางสังคมขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมาย , มีกลไกการคัดกรอง จัดกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงถูกละเมิดสิทธิ , แบ่งการคุ้มครองผู้สูงอายุ ออกเป็นการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิด้านความเป็นอยู่พื้นฐานและผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย ,สิ่งสำคัญคือการปลูกฝัง ทัศนคติ ค่านิยมเชิงบวก โดยขอความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการให้พิจารณาบรรจุบทเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลบุพการี หรือขอความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรม , นอกจากนี้คือสนับสนุนกลไกด้านการพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังที่เหมาะสมในบริบทของสังคมไทย จัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบหลักระดับประเทศ พร้อมติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการจัดตั้งบ้านกลางรองรับผู้สูงอายุ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุด้วย

1.ใช้มาตรการทางสังคมขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมาย
2.มีกลไกการคัดกรอง จัดกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงถูกละเมิดสิทธิแล้วต้องได้รับการเยียวยาฯ
3.แบ่งการคุ้มครองผู้สูงอายุ ออกเป็นการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิด้านความเป็นอยู่พื้นฐานและผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย
4.ปลูกฝัง ทัศนคติ ค่านิยมเชิงบวก ขอความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการให้พิจารณาบรรจุบทเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลบุพการีฯ
5.พัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังที่เหมาะสมในบริบทของสังคมไทย (โดยใช้องค์ความรู้และงานวิจัยเพื่อพัฒนา)
6.มีหน่วยงานรับผิดชอบหลักระดับประเทศ ด้วยแผนงานมาตรการที่เป็นระบบต่อเนื่องครบวงจร ทำงานร่วมกับภาคี พร้อมติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ
7.จัดตั้งครอบครัวทดแทนหรือบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุ
8.มีมาตรการช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริมผู้ให้การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ.

Advertisement