เพจ ANTI SOTUS แชร์เรื่องราวเหตุรับน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่นักศึกษาสาวประเภทสองถูกรุ่นพี่สั่งให้ถอดเสื้อทั้งที่มีหน้าอก ทำให้น้องเกิดความอับอาย ร้องไห้ แต่รุ่นพี่กับยืนขำ จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและเป็นการคุกคามทางเพศ
โดยน้องเอมม่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ถูกกระทำจากเหตุการณ์รับน้องตามที่ปรากฎเป็นข่าว ได้เล่าว่าวันรับน้องวันสุดท้ายของสาขา ที่มีการรับน้องต่อเนื่องมารวม 9 วัน มีกิจกรรมการว๊ากน้อง โดยในวันดังกล่าว น้องเอมม่าได้สวมเสื้อซับในที่มีลักษณะคล้ายเสื้อกล้ามอยู่ด้านในและสวมทับด้วยเสื้อยืดสาขา สีขาว โดยรุ่นพี่ที่ไม่ใช่พี่ปี2 สั่งให้ถอดเสื้อ ซึ่งมีเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสองรวม2คน ที่เหลือเป็นเพื่อนผู้ชาย เมื่อถูกสั่งหลายครั้งทำให้จำใจถอดเสื้อยืดสาขาออกแล้วจึงเอามือมาปิดหน้าอกด้วยความอาย จากนั้นรุ่นพี่ได้นำผ้ามาผูกตา ทำให้ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง ก่อนถูกสั่งให้ก้มหน้าลงทำให้น้องเอมม่าเอามือปิดบังหน้าอกตลอดเวลา
กระทั่งมีการกระชากตัวของน้องเอมม่าออกจากแถว ซึ่งเป็นช่วงที่เพื่อนทุกคนจะต้องเดินเข้าห้องแดงเพื่อพบพี่สายรหัสและผูกข้อมือซึ่งมีรุ่นพี่ปี 2 รออยู่ด้านในห้องแดง ทำให้ขณะนั้นตนรู้ว่าอยู่คนเดียว โดยมีรุ่นพี่ซึ่งไม่รู้ว่ารุ่นไหนรุมล้อมอยู่หลายคน มีการพูดให้น้องเอมม่าเอามือออกจากหน้าอกอีกครั้ง แต่น้องยืนยันว่าไม่เอามือออกเพราะอายหน้าอก ทำให้มีรุ่นพี่คนหนึ่งถกเสื้อกล้ามขึ้นจนเกือบถึงหน้าอก ในขณะนั้นน้องเอมม่ารู้สึกว่าไม่ไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจึงร้องไห้ และย่อตัวลงไปนั่งกับพื้น ร้องไห้อยู่นานในขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะของรุ่นพี่ ก่อนที่คนจะเริ่มหายไป และมีพี่นำเสื้อสาขามาสวมให้ ก่อนจะถูกนำตัวเข้าไปในห้องแดงเพื่อผูกข้อมือต่อ และมารู้ตัวเอาภายหลังว่าเสื้อกล้ามที่ใส่ขาดที่บริเวณตะเข็บด้านข้างด้วย ซึ่งตนไม่ทราบว่า มันขาดได้อย่างไรและขาดช่วงไหนของการรับน้อง
หลังเหตุเกิดน้องเอมม่ายอมรับว่า รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภาพจิตใจย้ำแย่ แต่ตนไม่ได้บอกใครหรือโพสต์ขึ้นสื่อออนไลน์ แต่ปรากฎว่ามีการสอบถามกันเข้ามามาก กระทั่งพี่สาวคนสนิทที่นับถือกันเพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน ชื่อเอเซีย ทราบข่าวจากเพื่อนๆจึงได้โทรศัพท์มาสอบถามด้วยตนเองถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
ขณะที่รุ่นพี่ที่กระทำดังกล่าว ยังไม่เคยติดต่อมาขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย มีเพียงอาจารย์ที่ทราบเรื่องได้กล่าวขอโทษแทนรุ่นพี่
ด้านน้องเอเซีย ซึ่งเป็นพี่สาวคนสนิทของน้องเอมม่า เล่าว่าหลังเกิดเหตุมีการมาคอมเม้นท์ต่อว่าตนและน้องเอมม่าต่างๆนานา ว่าอยากดัง ทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง เล่นใหญ่เกินความจริง ฯลฯ พร้อมกับมีการสแปมเฟซบุ๊กของตนเองจนเข้าใช้งานไม่ได้อยู่หลายวัน ทำให้รู้สึกโกรธมากจึงขอเข้าพบ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่น้องเอมม่าเรียนอยู่ เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ซึ่งท่านอธิการบดีน่ารักมาก เพราะประโยคแรกว่า ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยที่เสียไปไม่เป็นไร เวลาผ่านไปก็ดีขึ้นเอง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการเยียวยาจิตใจของน้องเอมม่าก่อน ทำให้ตนรู้สึกสบายใจอย่างมากที่ทางมหาวิทยาลัยเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ทอดทิ้งน้อง และพร้อมดูแลอย่างเต็มที่
https://youtu.be/yWIk0s9Fm9Q

