“บิ๊กสร้าง” ตั้ง 5อนุกรรมการ “คกก.ปฏิรูปตร.” เร่งงานแรก “แต่งตั้งโยกย้าย ตร.” แก้กฎหมาย ภายใน 31ธ.ค.นี้ เปรยอาจใช้กฎหมายนี้ปี61 ย้ำ 2เดือนเห็นเค้าลาง 5เดือนงานชัดเจน 9เดือนปฏิรูปเสร็จ ไม่หวั่นแรงต้าน
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ นำประชุมคณะกรรมการนัดแรก ที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ ได้แก่
1.คณะอนุกรรมการด้านบริหารงานบุคคล โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เป็นประธาน
2.คณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา โดยมีนายธานิศ เกศวพิทักษ์ อดีตรอบปธ.ศาลฎีกา เป็นประธาน
3.คณะอนุกรรมการด้านหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจ โดยมีนายมนุชญ์ วัฒนโกเมร เป็นประธาน
4.คณะอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น โดยมี พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ อดีตผบ.ทอ. เป็นประธาน
5.คณะอนุกรรมการด้านวิชาการ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธาน
และตั้ง ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ทำหน้าที่โฆษกคณะกรรมการฯ และ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ พร้อมแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการของคณะทำงานอีก 8 คนแบ่งเป็นผู้แทนที่ไม่เป็นข้าราชการตำรวจ 4 คน และผู้แทนฝ่ายตำรวจ 4 คน ทั้งนี้ให้ สตช. มอบหมายหน่วยงานต่างๆของสตช.ทำหน้าที่เป็นส่วนเลขานุการช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการ
พล.อ.บุญสร้าง เปิดเผยหลังการประชุมเพิ่มเติมว่า กรอบเวลาทำงานคือ 2-3-4 เดือนวิธีการทำงานเราจะเน้นคณแรกคือคณะแต่งตั้งโยกย้าย ก็จะไปอยู่ในคณะอรุกรรมการบริหานงานบุคคล ซึ่งต้องทำให้เสร็จในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ จึงต้องมำเรื่องนี้ก่อนขณะที่การทำงานจะอภิปรายกันจนตกผลึก อนุกรรมการก็จะรับความเห็นนั้นไปดำเนินการต่อ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่แล้วด้วย ทั้งนี้เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย คือ ระบบการโยกย้าย ยังไม่มีผลในการโยกย้ายปีนี้ เพราะระยะเวลายังไม่ทันในปีนี้ แต่อาจนำมาใช้ในปีหน้าแทน แต่อาจจะใช้ตอนไหน ยังไม่รู้ ต้องดูในกฎหมาย และต้องคุยกันอีกนานเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติได้
ส่วนข้อเสนอที่ให้แยกงานสอบสวนออกจากสตช.นั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ต้องนำเรื่องนี้เข้าคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ โดยไม่ต้องออกกฎหมายใหม่เพราะมีกฎหมายเดิมอยู่แล้ว ซึ่งอาจมีการแก้ไขกฎหมายเดิมแทน ส่วนคณะอนุกรรมการการรับฟังความเห็นมีหลายช่องทาง ทั้งการจัดเวทีในต่างจังหวัด และช่องทางการออนไลน์ อีเมล์ จะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงสิ้นสุดกรอบการทำงาน 9 เดือน ถือมีความจำเป็นในการรับฟังความเห็นของประชาชน โดยจัดทำหมวดหมู่และนำมาวิเคราะห์ต่อไป
ส่วนคณะอนุกรรมการด้านวิชาการนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีความรู้ทางด้านวิชาการใหม่ ทีผลต่อการทำงานของเราที่จะละเอียดลึกซึ้งเป็นไปตามหลักวิชาแบะดูประสิทธิภาพในการทำงานของอนุกรรมการต่างๆด้วยเพื่อให้ข้อคิดเห็นนำไปสู่แนวทางปฏิบัติได้ อีกทั้งคณะกรรมการส่มารถเชิญภาคประชาสังคมเข้าให้ความเห็นได้ แต่ตรคิดว่าจะไม่มากเพราะเวลาทำงานมีน้อย
พร้อมกันนี้ พล.อ.บุญสร้าง ได้กล่างถึง กรอบการทำงาน 2+3+4 เดือน โดยงานระยะ 2 เดือนแรก จะนำเรื่องต่างๆมาศึกษา ถึงสิ่งที่เคยทำมาแล้ว และจะมีการประขุมอภิปรายไปเรื่อยๆ ก็จะได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นต่างๆ โดย 3 เดือนต่อมา ก็จะลงมือแก้ไขกฎหมายได้เลยและการพิจารณากฎหมายเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ อีกทั้งสามารถเสนอกฎหมายได้ทันที ซึ่งตนอยากให้การทำงาน 5 เดือนแรกเสร็จสิ้นสมบูรณ์เห็นเป็นเค้าโครง ซึ่งในกรอบเวลา 9 เดือนก็จะเห็นผลทั้งหมด
“ผมคิดว่า 2 เดือน อาจจะพอเห็นเค้าลางๆ พอจบ 5 เดือนก็คิดว่าน่าจะชัดเจนแล้ว ส่วนกรอบระยะเวลา 9 เดือนจะปฏิรูปตำรวจได้หรือไม่นั้น ผมเชื่อว่าเราทำเสร็จและสามารถปฏิรูปตำรวจได้ เพราะทุกอย่างเมื่อลงไปในกฎหมายแล้ว ส่วนจะมีข้อขัดข้องหรือแรงต่อต้านหรือไม่นั้น จะต่อต้านมากเท่าไหร่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจมีก็ได้” พล.อ.บุญสร้าง กล่าว
อย่างไรก็ตามการครั้งต่อต่อไปจะตัดประชุมในวันที่14ก.ค.นี้ ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)

