หน้าแรก มติชนทีวี ทวงเงิน ผญบ.ก...

ทวงเงิน ผญบ.ก่อนยิง เริ่มชัดปมฆ่า 8 ศพ สอบระดมทุนทำโรงโม่(คลิป)

13.07.17 | 14:35 น.

จากกรณีชายฉกรรจ์ 6-7 คน แต่งชุดลายพรางพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าไปในบ้านของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ แล้วจับคนในบ้านไว้รอจนนายวรยุทธ เข้ามาก่อนก่อเหตุยิงโหด 8 ศพ แล้วหลบหนีไปโดยเอารถยนต์ของผู้เสียชีวิตไปด้วย
ความคืบหน้า ขณะนี้ตำรวจแต่ละจังหวัดอยู่ระหว่างตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางแยกต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี ตั้งแต่ถนนเซาเทิร์นซีบอร์ด ไปยังจ.สุราษฎร์ธานี และแยกถนนเพชรเกษม เนื่องจากอาจมีเส้นทางที่กลุ่มคนร้ายใช้หลบหนี หรือเข้ามาแฝงตัวลงมือก่อเหตุ รวมถึงตรวจสอบโรงแรมและรีสอร์ตใน อ.อ่าวลึก และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากคาดว่าทีมสังหารอาจเข้ามาดูลาดเลาบริเวณบ้านที่เกิดเหตุก่อนลงมือ
ขณะที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.สันติบาล สอบปากคำพยาน 2 ปาก ซึ่งเป็นผู้ที่รอดชีวิตในวันที่เกิดเหตุ โดยพยานทั้ง 2 คนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปสู่การตามตัวคนร้าย พร้อมขอรับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่มุ่งประเด็นหลักในเรื่องของโรงโม่หิน เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายวรยุทธรับเงินมาจากกลุ่มนายทุนโรงโม่หิน ที่มีนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง ตกลงว่าจะช่วยดำเนินงานในเรื่องการขอสัมปทาน รวมทั้งเกลี้ยกล่อมชาวบ้านที่ยอมให้มีโรงโม่หินได้สำเร็จตามที่ตกลง แต่เมื่อสุดท้ายโรงโม่หินไม่สามารถเปิดได้ จึงเกิดความขัดแย้งกันในเรื่องกล่าว
รายงานข่าวยังระบุอีกว่า จากการสอบปากคำพยานในเหตุการณ์ ให้การว่าสามารถจดจำใบหน้าและลักษณะของคนร้ายได้ 4 คน อีกทั้งยังได้ยินคนร้ายพูดถึงเรื่องเงินที่เคยมอบให้กับผู้ใหญ่บ้านโดยเสียงนั้นเป็นเสียงของคนภาคกลาง ว่า “มึงเอาเงินนายกูไปเยอะ” และระบุว่ามีคนร้าย 1 คน สวมไอ้โม่งปกปิดบังใบหน้า ส่วนคนที่เหลือไม่ได้ใส่ ไอ้โม่ง ซึ่งตนเชื่อว่าคนร้ายที่ใส่ไอ้โม่ง น่าจะเป็นคนที่ผู้ใหญ่บ้านหรือคนในบ้านรู้จักหรือคุ้นหน้ามาก่อน รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พยานให้การว่านอกจากทีมสังหารจะใส่ชุดลายพรางแล้ว ทุกคนยังถืออาวุธปืนยาวด้วย แต่ผู้รอดชีวิตจำไม่ได้ว่าเป็นปืนอะไร เจ้าหน้าที่จึงเตรียมนำภาพปืนยาวไปให้พยานชี้ยืนยันว่าอาวุธปืนที่กลุ่มคนร้ายถือติดตัวกันทุกคนเป็นปืนชนิดใดกันแน่
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตามประกบผู้ต้องสงสัยแล้ว 1 คน ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับผู้เสียชีวิต มาสอบปากคำ โดยเชื่อว่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีประเด็นสงสัยว่าการที่คนร้ายอยู่ภายในบ้านนานถึง 8 ชั่วโมง มีความเป็นไปได้ว่ากำลังค้นหาสิ่งของบางอย่าง จึงนำสุนัขตำรวจร่วมค้นหาภายในบ้าน รวมทั้งในรถซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน กง 3665 สิงห์บุรี ที่จอดอยู่ในบ้านวันเกิดเหตุ
สำหรับประเด็นชู้สาวนั้นตรวจสอบพบว่า นายวรยุทธ สนิทสนมกับเศรษฐินีคนหนึ่งชาวสิงห์บุรี ซึ่งขณะเกิดเหตุพบว่าอยู่ที่ จ.กระบี่ด้วยเช่นกัน จึงเตรียมติดตามตัวมาสอบสวนว่ามีความเกี่ยวพันด้วยหรือไม่
ด้านนายมนัส ชูบุตร นายก อบต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งถูกระบุว่า ทางผู้ใหญ่บ้านได้ฟ้องร้องกล่าวหาในมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการนำที่ดิน นสล. หรือที่ดินหลวงเนื้อที่ประมาณเกือบ 100 ไร่ที่ชาวบ้านบุกรุกปลูกสร้างบ้านประมาณ 10 ครอบครัว แต่ อบต.ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในความขัดแย้งนั้น นายก อบต.บ้านกลาง กล่าวว่า ทางตนทำไปตามหน้าที่ ซึ่งไม่ได้ละเลย แต่ได้ทำการสอบสวนสิทธิ์ตามกฎหมายขั้นตอนปฏิบัติทุกประการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการสอบสวนสิทธิ์ ส่วนการขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องปกติที่การทำงานย่อมต้องมีบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นต้องทำร้ายใดๆ และการสังหารในครั้งนี้โหดเหี้ยมอย่างมาก ไม่เคยเกิดขึ้นในกระบี่มาก่อน