ที่ชายหาดเกาะทะลุ ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม นำโดยนายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขาธิการมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการย้ายไข่เต่าที่แม่เต่ากระชื่อแม่ศรีประจวบ ได้ขึ้นมาวางไข่บริเวณอ่าวเทียน ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งช่วงเย็นวันนี้ ลูกเต่ากระรังแรกของปี 2560 ได้แตกรังโผล่ขึ้นมาจากทราย ซึ่งลูกเต่ากระตัวน้อยพากันทยอยคลายขึ้นมาแล้วพยายามฟังเสียงคลื่นและต่างทยอยเดินลงทะเลตามสัญชาตญาณทันที ท่ามกลางความตื่นเต้นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย ซึ่งเดินทางมาพักผ่อนและดำน้ำที่เกาะทะลุ
นายเผ่าพิพัธให้ข้อมูลว่า ในรังนี้ถือเป็นลูกเต่ากระรังแรกในรอบปี 2560 ที่แตกรังออกมาแม้จะฟักก่อนกำหนด 2 วันก็ตาม ทั้งนี้ นายบุญเลิศ เผือกทอง และนายปฐวีกาณฑ์ มั่นมาก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยามได้ตรวจสอบพบว่ามีลูกเต่ากระฟักตัวออกมาได้จำนวน 99 ตัว จากจำนวนไข่เต่า 144 ใบ ที่เหลืออีก 55 ใบ ไม่สามารถฟักออกมาเป็นลูกเต่าได้ เนื่องจากไข่เต่าไม่สมบูรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยพบว่าลูกเต่ากระที่ฟักออกมามีสภาพสมบูรณ์และแข็งแรงดีทุกตัว
จึงได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายลูกเต่ากระลงไปอนุบาลในบ่อซีเมนต์ เพื่ออนุบาลลูกเต่าให้แข็งแรงก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติตามลำดับ โดยยังเหลือไข่เต่าอีก 4 รัง รวมกว่า 600 ฟอง ตามกำหนดการจะทยอยฟักเรื่อยๆ หลังจากนี้ ซึ่งทางมูลนิธิได้รายงานข้อมูลให้เจ้าหน้าที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแล้ว
ด้านนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ได้แจ้งให้ทราบความคืบหน้ากรณีลูกเต่ากระที่เกิดใหม่จำนวน 99 ตัวนั้นทาง ทช.เตรียมจัดส่งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร ลงมาเก็บข้อมูลทางวิชาการและดูสุขภาพของลูกเต่ากระในช่วง 2-3 วันนี้ต่อไป
สิ่งสำคัญฝากไปถึงชาวประมงและเครือข่ายอนุรักษ์สัตว์ทะเลด้วยว่าหากพบการขึ้นมาวางไข่ของเต่ากระ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ทราบเพื่อมาตรวจสอบ และไม่ควรเก็บไข่เต่าไปบริโภคโดยเด็ดขาด ซึ่งเต่ากระนับเป็นสัตว์ทะเลหายาก และต้องยอมรับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่มีเต่ากระขึ้นมาวางไข่ที่เกาะทะลุต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว บ่งบอกถึงความปลอดภัยของชายหาดและความสมบูรณ์ของท้องทะเลในบริเวณดังกล่าว

