เมื่อวันที่ 31 ก.ค.60 ที่เทศบาลตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายเกษม สุขวารี ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต น.อ.บวร พรมแก้วงาม รองผอ.กอ.รมน.จว.ภูเก็ต นายธนะกัญจน์ ธโนปจัยรัตน์ นายช่างรังวัดชำนาญงาน สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต นายสมทรง แซ่ตั้ง ผอ.กองช่าง เทศบาลตำบลราไวย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมกรณีที่สื่อโซเซียลแห่แชร์ภาพการก่อสร้างอาคารบ้านพักทางไปอ่าวเสนและแหลมกระทิง ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งได้ก่อสร้างบ้านพักบดบังวิวทัศนียภาพว่ามีการขออนุญาตการก่อสร้างถูกต้องหรือไม่
จากนั้นทั้งหมดร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสถานที่ก่อสร้าง โดยเจ้าของที่ดินได้นำเอกสารหลักฐานที่เป็นโฉนดที่ดิน และแบบการก่อสร้างมายื่นต่อเข้าหน้าที่ว่าได้มีการขออนุญาตก่อสร้างเป็นบ้านพักที่อยู่อาศัย จำนวน 4 หลัง 3 ชั้น และหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ดินและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แล้วพบว่าสามารถที่จะก่อสร้างได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
นายอรุณ กล่าวว่า หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าอาคารทั้ง 4 หลังที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง มีบางส่วนที่มีการก่อสร้างเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตจากเทศบาลฯ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 บริเวณที่มีการก่อสร้างนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต แต่สามารถปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องได้ โดยจะสั่งระงับการก่อสร้างไว้ทั้งหมดก่อน และให้เจ้าของมาดำเนินการปรับปรุงแบบยื่นต่อเทศบาลตำบลราไวย์ใหม่ ให้ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส่วนที่ 2 หากพบว่ามีอาคารบางหลังที่ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบที่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องได้จะสั่งให้รื้อถอนส่วนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ออกภายใน 30 วัน
ขณะที่นายเกษม กล่าวว่า การตรวจสอบพื้นที่ในวันนี้เป็นการตรวจสอบว่า พื้นที่ที่มีการอนุญาตก่อสร้างโดยเทศบาลตำบลราไวย์ ถูกต้องตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จ.ภูเก็ต หรือไม่ โดยกรณีนี้เป็นการขออนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยซึ่งไม่อยู่ในข่ายที่ต้องทำรายงานผลกระทบ แต่เนื่องจากจ.ภูเก็ตเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลราไวย์จะต้องนำประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปบังคับใช้ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ติดบริเวณทะเล
“ซึ่งในประกาศฉบับนี้ได้แบ่งพื้นที่ของจ.ภูเก็ตออกเป็น 9 บริเวณ ในแต่ละบริเวณจะมีข้อกำหนดเรื่องความสูงของอาคาร เรื่องระยะของการถอยร่น อยู่ในบริเวณต่าง ๆ ส่วนบริเวณที่มีการก่อสร้าง ทางเทศบาลตำบลราไวย์ได้ชี้แจงว่าเป็นบริเวณที่ 2 ซึ่งตามประกาศได้กำหนดไว้ว่าสามารถก่อสร้างอาคารได้สูงไม่เกิน 12 เมตร แต่ถ้าหากเป็นบริเวณที่ 1 สามารถสร้างอาคารสูงได้ไม่เกิน 6 เมตร
ในวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ได้จับค่าพิกัด GPS ไว้ทั้งหมดแล้ว เพื่อนำไปลงในแผนที่และตรวจสอบว่าบริเวณก่อสร้างนี้อยู่ในบริเวณใด 1 หรือ 2 เพื่อชี้ชัดอีกครั้ง จากการตรวจสอบการก่อสร้างอาคารทั้ง 4 หลัง เบื้องต้นพบว่ามีการก่อสร้างเชื่อมเป็นอาคารเดียวกัน ซึ่งถือว่าผิดแบบการก่อสร้างจากที่ขออนุญาตจากเทศบาลตำบลราไวย์” นายเกษม ระบุ
ด้านนายช่างรังวัดชำนาญงาน กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของเอกสารสิทธิ์ว่า ผู้ครอบครองอ้างสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินและนำมาแสดง ซึ่งจากการตรวจสอบตำแหน่งที่ดินกับพื้นที่การก่อสร้าง พบว่าพื้นที่การก่อสร้างดังกล่าวตรงกับตำแหน่งของโฉนดที่ดินของผู้ครอบครองซึ่งรายละเอียดอื่นๆ เรื่องที่มาโฉนดหรือ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเอกสารสิทธิ์ที่ยื่นขออนุญาติปลูกสร้างอาคาร นั้นเดิมทีอยู่ในโฉนดที่ดินเลขที่ 96799 เนื้อที่ 30 ไร่ 3 งาน 59.1 ตารางวา ออกเมื่อ 10 ส.ค. 2553 และมีการแบ่งแยกในภายหลังเป็น 4 แปลง และมีแปลงคงเหลืออีก 1 แปลง รวมประมาณ 5 แปลง 5 โฉนด ส่วนแปลงที่เป็นข่าวนั้นอยู่ในแปลงเลขที่ดิน 14 เป็นจุดทางโค้ง ซึ่งแปลงเลขที่ดิน 14 ได้ถูกแบ่งแยกมาเป็นโฉนดเลขที่ 113311 เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 5 ตารางวา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559 ทั้งนี้รายชื่อผู้ครอบครอง ปัจจุบัน ได้ซื้อต่อมาจากผู้ครอบครอบรายเดิมเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 ก่อนจะมีการก่อสร้าง ซึ่งทราบว่าจะสร้างเป็นบ้านพักอากาศ
จากนั้น เจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลตำบลราไวย์ ได้เข้าติดคำสั่งระงับการก่อสร้างและคำสั่งให้รื้อถอนบางส่วนออกแล้ว

