ที่จังหวัดมหาสารคาม ถึงแม้ว่าพายุโซนร้อนเซินกาจะสลายไปแล้ว แต่จากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน โดยเฉพาะที่บ้านดอนโด ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม น้ำยังคงท่วมขังไร่นา และถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้านยังคงถูกตัดขาด ทำให้ชาวบ้านต้องนั่งเรือออกมาทำงาน เรียนหนังสือ และไปธุระยังตัวเมืองนานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว โดยอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานยังคงมีปริมาณน้ำเกินระดับเก็บกัก อยู่ที่ร้อยละ 107.48 ของปริมาณความจุอ่าง โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูระบายน้ำท่าสองคอนทั้ง 4 บาน และติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำกุดแดง เพื่อสูบน้ำลงแม่น้ำชี แต่ก็ยังไม่สามารถระบายน้ำทั้งหมดลงแม่น้ำชีได้ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำชีก็มีปริมาณมาก
สรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ล่าสุดความเสียหายบ้านเรือน/พื้นที่การเกษตรใน 12 อำเภอ ได้แก่ พยัคฆภูมิพิสัย, วาปีปทุม, กันทรวิชัย, ชื่นชม, กุดรัง, โกสุมพิสัย, นาเชือก, เมืองมหาสารคาม, เชียงยืน, นาดูน, ยางสีสุราช และบรบือ รวม 124 ตำบล 1,633 หมู่บ้าน 57,592 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตร 543,326 ไร่
ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ระดับน้ำสูงเพิ่มขึ้นในพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัยและโกสุมพิสัย ส่วนอำเภออื่นๆ เริ่มคลี่คลาย แต่อาจยังหนักในบางตำบล หรือมีน้ำท่วมขังบางพื้นที่
ที่ จ.ร้อยเอ็ด ทางสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยว่า ขณะนี้มวลน้ำชีที่มาจาก จ.ชัยภูมิได้ผ่าน จ.ขอนแก่น เข้าสู่ จ.ร้อยเอ็ดแล้ว ประกอบกับเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ก็ได้เพิ่มการระบายน้ำวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากระดับน้ำเต็มความจุอ่าง
ซึ่งน้ำที่มาจากเขื่อนลำปาวและน้ำจากลำน้ำชีได้ไหลมาบรรจบกันที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร และบ้านเรือนประชาชนแล้วกว่า 5 หมื่นไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.จังหาร
โดยขณะนี้ 3 จังหวัด ประกอบด้วย กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และยโสธร ได้เฝ้าระวังพนังกันน้ำชีตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ยังได้ประสานขอเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 10 เครื่องมาติดตั้ง เพื่อผลักดันน้ำออกจากลำน้ำชีไปลงยังแม่น้ำมูลที่ จ.ยโสธร ซึ่งจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์คลี่คลายลงได้ ขณะที่เขื่อนชลประทานที่กั้นแม่น้ำชี ได้มีการแขวนบานประตูเพื่อให้น้ำไหลระบายลงสู่แม่น้ำมูล

