เมื่อวานนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ยกนพปฎลเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ (จำลอง) ณ พระลานพระราชวังดุสิต
โดยเมื่อพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้แทนพระองค์ ถึงยังบริเวณหน้าพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ประเทียบไปยังพลับพลาพิธี ถวายความเคารพพระราชอาส์น แล้วสุหร่าย เจิม นพปฎลเศวตฉัตรพระเมรุมาศ (จำลอง) โหรหลวงลั่นฆ้องชัย ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์
ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าโหรพราหมณ์ อ่านบูชาฤกษ์ที่ศาลเทวดา เจ้าพนักงานพระราชพิธีมอบสายสูตรให้ผู้แทนพระองค์ ยกนพปฏลเศวตฉัตรพระเมรุมาศ (จำลอง) เมื่อนพปฎลมหาเศวตฉัตรขึ้นสู่ยอดพระเมรุมาศ (จำลอง) แล้ว ผู้แทนพระองค์คืนสายสูตรให้เจ้าพนักงานรับไปผูกไว้ที่เสาบัว ผู้แทนพระองค์เข้าพลับพลาพิธี ถวายความเคารพพระราชอาสน์เสร็จพิธี แล้วเดินทางกลับ
สำหรับพระเมรุมาศ (จำลอง) นี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้รัฐบาลจัดสร้างขึ้น โดยทรงให้ออกแบบอย่างงดงามและสมพระเกียรติเช่นเดียวกับพระเมรุมาศจริง ด้วยทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ ที่ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ จึงทรงปรารถนาที่จะให้ประชาชนชาวไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งใด สามารถถวายดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในสถานที่ต่างๆทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกคนได้ร่วมแสดงความอาลัยรักรวมพลังความดี ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่สวรรคาลัย
โดยพระเมรุมาศจำลององค์นี้เป็นหลังคาบุษบก 7 ชั้น เหมือนพระเมรุมาศองค์จริงที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีจากความสูงพื้นล่าง ถึงปลายยอดเม็ดน้ำค้าง สูง 22 เมตร เป็นพระเมรุมาศจำลององค์เดียวที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง โดยขั้นตอนลงสีจิตรกรรม จะใช้สีแสดงความอาลัย ขาว เทา ดำ เป็นหลัก และสีเหลืองทอง ซึ่งเป็นสีแห่งวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ส่วนพื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน ประดับลายดอกไม้ร่วงขลิบทอง และสองฝั่งของพระเมรุมาศจำลอง ประดับพระสูทสีขาว (ผ้าม่าน) บริเวณกึ่งกลางประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร องค์เดียวกับหน้าพระบรมโกศ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัยและถวายดอกไม้จันทน์
ส่วนบรรยากาศ ที่พระบรมมหาราชวัง หลังสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทได้ตลอด 24 ชั่วโมง จนถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 5 ตุลาคม
โดยวานนี้ สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าสักการะพระบรมศพเป็นวันที่ 335 มีพสกนิกรทั่วสารทิศเดินทางมากราบพระบรมศพอย่างล้นหลาม และสามารถต่อแถวเข้ากราบได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องหยุดรอให้เสร็จสิ้นการสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เนื่องจากสำนักพระราชวังได้ปิดให้หน่วยงานร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา แม้มีฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน ทว่าประชาชนผู้จงรักภักดียังมุ่งมั่นเดินทางมาต่อแถวรอคิวสักการะพระบรมศพจนแถวยาวจากสนามหลวงออกไปหลายกิโลเมตร โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสา นำร่ม อาหาร และเครื่องดื่มมาแจกจ่ายภายในแถวประชาชน
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 2 ตุลาตม ตั้งแต่เวลา 00.01-24.00 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 78,948 คน รวม 334 วัน มี 12,443,890 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,465,677.50 บาท รวม 334 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 870,377,871.51 บาท

