พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า งานก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงนั่งร้านตรงกลางในส่วนพระเมรุมาศ โดยวันที่ 17 ต.ค. จะมีการซักซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ก่อนที่วันที่ 18 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งเมื่อพิธีเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะรื้อนั่งร้านออก หมายความว่าทุกอย่างก็จะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ และวันที่ 20 ต.ค. จะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าชมความสมบูรณ์ของการก่อสร้างทั้งหมด
ขณะที่ในส่วนการเตรียมรับมือหากเกิดปัญหาฝนตกหนัก พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะเตรียมการไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว จึงไม่ส่งผลกระทบใดๆ และที่ผ่านมาได้ประสานกับทาง กทม.ให้ลอกท่อทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้ระบายน้ำได้เร็ว ส่วนเรื่องดอกไม้ คาดว่าในวันนั้นจะบานสะพรั่งเต็มที่ โดยดอกไม้และข้าวที่ปลูกนั้น จะอยู่ได้นานถึงสิ้นเดือน พ.ย. เพื่อจัดนิทรรศการให้ประชาชนได้เข้าชม ในวันที่ 2-30 พ.ย.
“ร.10” ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ปรับแก้บัตรเชิญผู้ร่วมพระราชพิธี
ขณะเดียวกัน นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ รัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ ซึ่งหน้าปกของบัตรเชิญเป็นภาพของพระเมรุมาศบนพื้นสีเทา ขณะที่ปกหลังจะเป็นตราสำนักนายกรัฐมนตรี โดยบัตรเชิญดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีค่า เนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานลายขอบที่เป็นลายไทย ซึ่งกรมศิลปากรจัดทำมาให้ไปปรากฎบนบัตรเชิญ
และจากการที่คณะกรรมการจัดทำบัตรเชิญ ได้ส่งร่างถ้อยคำในบัตร กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณปรับแก้ไขถ้อยคำดังกล่าว ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากเดิมที่ระบุเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เพิ่มคำว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและไม่มีบัตรเชิญใดในโลกใบนี้ ที่พระราชโอรสและพระราชธิดาทรงทำถวายสมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งตนอยากให้คนไทยได้รับทราบ พร้อมกับซาบซึ้งในสิ่งที่ทั้งสองพระองค์ได้ทำไว้ ทางสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีหวังว่าผู้ที่ได้รับบัตรเชิญดังกล่าวจะเทิดทูนไว้เป็นสิ่งสูงสุด

