ที่นครสวรรค์ ช่วงนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลงานลอยกระทง แม้ว่าหลายพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์จะยังมีน้ำท่วมขังอยู่ก็ตาม แต่ว่าความคึกคักของประเพณีนี้ยังมีให้เห็น จะเห็นได้จากเวลานี้กลุ่มแม่บ้านต่างๆที่มีความสามารถด้านงานฝีมือ รวมกลุ่มกันทำกระทงหลากหลายชนิดที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์เด่นในแต่ละท้องถิ่นเพื่อจำหน่ายให้ทันต่อความต้องการ อย่างเช่นกลุ่มแม่บ้าน สตรีวัดยางโทน ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ที่รวมกลุ่มกันของกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 50 ปีจนถึงอายุ 70 ปี มารวมกลุ่มศัยกพื้นที่บ้านของสมาชิก เพื่อทำกระทงเทียนหอม หลากหลายสีสันงานฝีมือระดับชาววังที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นยาวนานนับร้อยปี
นางสุพรรณี จันทุรัตน อายุ 67ปี เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของกระทงเทียนหอมนี้อาศัยประสบการณ์สมัยเด็ก ลองทำกระทงกันจากวัสดุในท้องถิ่นเพื่อใช้ในเทศกาลลอยกระทง กระทงจะทำจากใบตอง ทำจากข้าวโพด ทำจากขนมปัง หรือว่าทำจากดินน้ำมัน ดินเหนียว ลองผิดลองถูกเรื่อยมา จนกระทั่งมาลงตัวที่กระทงจากเทียนหอม เพราะว่าเราสามารถเลือกทำกระทงสีต่างๆได้ตามต้องการ จับดอก จับก้านจากเทียนเลือกสีได้ตามต้องการ และเมื่อเราได้กระทงนำไปลอยกระทงแล้ว เราต้องจุดธูป เทียนหากเป็นกระทงจากเทียนกลิ่นหอม เวลาจุดธูป เทียน กระทงเราก็มีเสน่ย์ หอมลอยไปในน้ำ จึงได้รับความนิยมมาก
เมื่อช่วง พ.ศ. 2543 ตนเองจึงเริ่มต้นทำกระทงจากเทียนหอม จริงจังเพื่อจำหน่ายในเทศกาลลอยกระทงทุกปี ทำเท่าไรก็ไม่พอขายจึงพัฒนาทำกระทงเทียนหอมตามที่ลูกค้าสั่ง เพราะว่าทำไม่ทันใครทราบข่าวก็สั่งมา จะทำเท่าที่สั่งเท่านั้น เนื่องจากกระทงจะขายไม่แพง ราคากระทงละ 80 บาท จนถึง 300 บาท แล้วแต่ขนาดของกระทงและต้นทุน โดยทุกวันนี้ลูกค้าจากหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี ระยอง เพชรบุรี สั่งมาจำนวนมากผลิตส่งไม่ทัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลนี้ไม่สามารถผลิตได้ทัน
จึงรวมกลุ่มผู้สูงอายุขึ้นเพื่อสร้างรายได้จากการผลิตกระทง โดยใช้ชื่อกลุ่มแม่บ้านเขตวัดยางโทน ซึ่งช่วงนี้มีลูกค้าจากหลายจังหวัดสั่งมามากทำไม่ทัน เนื่องจากกระทงเทียนหอมนครสวรรค์ทำจากฝีมือผู้สูงอายุ และงานมีคุณภาพทำจากมือชาวบ้านทุกชิ้น จึงเป็นงานที่ชาวต่างประเทศชอบมาก ราคาแพงก็ไม่เคยต่อรองเพราะเขารู้คุณค่า กว่าจะได้กระทงแต่ละกระทงต้องทำแข่งเวลา แข่งกับความร้อน และเทียนที่จะเย็นลง จึงมีความพิเศษ และที่สำคัญคนนครสวรรค์ไม่มีกระทงชนิดนี้ลอยกันเพราะว่าไม่มีจำหน่ายในพื้นที่ ผลิตเท่าไรก็ส่งขายในจังหวัดท่องเที่ยวหมด
ร้านเบเกอรี่เร่งทำกระทงขนมปังขายหลังกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมมาแรง
ที่ร้านเบเกอรี่ของนายกำชัย ไช้ธูปทอง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท กำลังช่วยกันเร่งทำกระทงขนมปัง เพื่อให้ทันขายในช่วงเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง ซึ่งนายกำชัยเปิดเผยว่า3-4 ปีมานี้ เรื่องการอนุรักษ์แหล่งน้ำ การรณรงค์ให้ใช้กระทงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างกระทงขนมปังมีกระแสที่มาแรงมาก ทำให้ในแต่ละปียอดขายจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ตนกับภรรยาจึงเร่งทำกระทงขนมปังตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยกระทงขนมปังของทางร้านจะทำเป็นรูปสัตว์เช่น เต่า ปลา และจระเข้ โดยจะขายตามขนาดคือ ขนาดเล็ก 30บาท ขนาดกลาง 40บาทและขนาดใหญ่ 50บาท
ประโยชน์ของกระทงขนมปังนั้น นายกำชัยบอกว่าเป็นวัสดุที่สามารถเป็นอาหารของสัตว์น้ำได้ทันที สามารถย่อยสลายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม หรือถ้าคนจะนำไปรับประทานก็สามารถทานได้ โดยปีที่ผ่านมาในเทศกาลลอยกระทงปี2559 มีลูกค้าทั้งรายย่อย และลูกค้ากลุ่มวัดและสถานที่จัดงานลอยกระทงสั่งซื้อเข้ามากว่า 2,000กระทง และในปีนี้คาดว่าจะมียอดสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 2,500-3,000กระทง
พะเยาสืบสานทำประทีปโบราณล้านนาตามประเพณียี่เป็ง
ชาวบ้านในชุมชนวัดลี ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต่างช่วยกันนำผลมะละกอ เข้าทำการเจาะนำเนื้อออก และแกะเป็นลวดลายกลีบดอกบัว จากนั้นนำเทียนไขที่ทำการต้ม เข้าทำการหล่อเป็นประทีปตามแบบล้านนาที่เคยทำมาตั้งแต่ดั้งเดิม ซึ่งเป็นการสืบสานประเพณี หล่อประทีปแบบโบราณที่เคยทำกันตั้งแต่อดีต เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันยี่เป็ง ของชาวเหนือ หรือเทศกาลลอยกระทง โดยจะนำประทีป ดังกล่าวเข้าทำการจุดบริเวณโดยรอบพระธาตุ ซึ่งอยู่ในวัด ในวันที่จะมีการเทศน์มหาชาติ ในคืนวันยี่เป็งหรือวันลอยกระทง
โดยชาวบ้านระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้น เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีการทำประทีป ที่เคยทำมาตั้งแต่อดีตให้คงอยู่ เนื่องจากปัจจุบันมักจะไม่มีคนทำในลักษณะดังกล่าว ซึ่งการทำลักษณะเช่นนี้จะทำให้ชาวบ้านยังคงมีความร่วมไม้ร่วมมือกัน ในการสืบสานประเพณีลอยกระทง ที่เป็นแบบดั้งเดิม ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตแต่ละบ้านจะทำกันภายในครอบครัว หลังจากนั้นก็จะนำไปถวายวัด และทำการจุดประทีปในคืนลอยกระทง โดยทางชุมชนวัดลี จึงได้ร่วมมือกันในการที่จะสืบสานการทำประทีปแบบโบราณล้านนาดังกล่าว ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ให้คงอยู่และจะอนุรักษ์ไว้ เพื่อเป็นการสืบทอดให้ลูกหลานต่อไป

