การแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก “อิฟม่า มวยไทย เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2018″ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ เมืองแคนคุน ประเทศเม็กซิโก ภายใต้การดูแลของ ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม ผู้จัดการทีมมวยไทยสมัครเล่นทีมชาติไทย เป็นการชิงชัยในรอบรองชนะเลิศของ 2 นักมวยหญิงของไทย คือ รุ่นฟินเวท 45 กก.”โลมา ลูกบุญมี” สุภิสรา คนหลัก แชมป์เก่าปี 60 ที่เบลารุส และ รุ่นแบนตั้มเวท 54 กก. “ชมมณี ส.เต๊ะหิรัญ” หยาดรุ้ง เต๊ะหิรัญ เจ้าของแชมป์สุดสวยมวยไทยโลก
ส่วนรอบชิงชนะเลิศนักชกชายผ่านมาถึงรอบนี้ได้ 2 คน คือ รุ่นไลท์ฟลายเวท 48 กก. “เพชรพันล้าน เพชรสี่หมื่น” อภิเชษฐ์ นาคแก้ว นักชกหน้าใหม่ในรั้วทีมชาติ กับ รุ่นฟลายเวท 51 กก. “นกกระจิบ ศิษย์พ่อแอ๊ด” อานนท์ พลกระโทก อดีตแชมป์เก่า 4 สมัย
เริ่มที่รอบชิงชนะเลิศนักมวยชาย “นกกระจิบ ศิษย์พ่อแอ๊ด” อานนท์ ต้องดวลเดือดพบ เยราเมน ซายาสซานอฟ ดาวรุ่งจากคาซัคสถาน เปิดเกมมาทั้งสามยก ทั้งคู่เดินหน้าออกอาวุธกันได้อย่างดุเดือดชนิดใครดีใครอยู่ แต่จังหวะการเข้าทำและประสบการณ์ในการเอาตัวรอดสถานการณ์คับขันของ อานนท์ ค่อนข้างเก๋ากว่า อีกทั้งในช่วงท้ายเกมนักชกไทยมาได้เตะชายโครงและปล่อยหมัดเข้าเป้าเอาชนะไปอย่างสนุก 3-0 เสียงคว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 5 ให้กับตัวเอง
ด้าน “เพชรพันล้าน เพชรสี่หมื่น” อภิเชษฐ์ นักชกดาวรุ่งดวงใหม่วัย 22 ปี พบกับ โอวีเยียร์ อาสรานเยฟ ชาวรัสเซีย ตลอดเกมการชกทั้งสามยก อภิเชษฐ์ แม้ว่า จะตัวเล็กกว่ามากพอสมควร แต่เดินหน้าบุกทำแต้มไม่มีถอย แถมยังจับ โอวีเยียร์ คลุกวงในและแทงเข่าจะแจ้งได้หลายครั้งติด ก่อนจะเป็นฝ่ายเอาชนะไปขาดลอย 3-0 เสียง คว้าเหรียญทองให้กับตัวเองได้เป็นครั้งแรก
ขณะที่ 2 นักชกสาว “โลมา ลูกบุญมี” สุภิสรา ต้องโคจรมาพบกับ มาเรียมี่ เจดดี้ คู่ปรับชาวฝรั่งเศสที่ทั้งคู่ไม่เคยปะทะกันมาก่อน ปรากฏว่า ตลอดเกมการชกทั้งสามยก สุภิสรา เดินหน้าออกหมัดได้จะแจ้งและชัดเจนกว่า แม้ว่า รูปร่างจะเสียเปรียบคู่ต่อสู้อยู่พอสมควร แต่หัวใจสู้ไม่ถอยอาศัยแรงบดและสู้วงนอกได้ดีเอาชนะไปขาดลอย 3-0 เสียง ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ เวียร่า บูลก้า ตัวเก่งของรัสเซียในวันถัดไป
เช่นเดียวกับ “ชมมณี ส.เต๊ะหิรัญ” หยาดรุ้ง ผ่านมาถึงรอบตัดเชือกได้เป็นครั้งแรกพบ โอลีน่า โอวานชินิโคว่า ตัวเก่งจากยูเครน เปิดฉากมายกแรกทั้งคู่ยังออกอาวุธกันแบบเกร็งๆ จนผู้ตัดสินต้องเรียกมาเตือนให้ออกอาวุธสู้กันเต็มที่ หยาดรุ้ง มาได้โอกาสเตะเจาะยางและสวนหมัดเข้าไปที่หน้าคู่ชกจังๆหลายครั้งแต้มขึ้นนำไปก่อน 10-9 มาถึงยกสอง โอลีน่า เดินบุกอย่างหนักเพื่อหวังทวงแต้มคืน แต่ก็มาถูก “ชมมณี ส.เต๊ะหิรัญ” ถีบยันและดักทางได้หมด พร้อมกับโต้กลับเป็นระยะคะแนนหนีห่างไปอีก 20-18 มาถึงยกสุดท้าย หยาดรุ้ง ยังรักษาเหลี่ยมมวยได้ดี แม้ว่า จะถูกคู่ชกจากยูเครนบุกอย่างหนักแต่นักชกไทยอาศัยประสบการณ์ประคองตัวคว้าชัยชนะมาได้ 3-0 เสียง ผ่านเข้าสู่รอบชิงฯไปพบกับ โซเฟีย โอล็อฟสัน นักมวยตัวเก๋าของสวีเดน
อ.สุรัตน์ เสียงหล่อ เฮดโค้ชทีมชาติไทย เปิดเผยว่า วันนี้นักชกเราทำได้ตามแผนที่วางไว้ให้ แต่ละคนใช้ความฟิตและประสบการณ์ที่มีอยู่เต็มที่ แม้จะห่วงเรื่องปัญหาการตัดสินให้คะแนนก็ตาม ซึ่งก็ได้เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว เวลานี้ทัพมวยไทยเราคว้ามาได้แล้ว 2 เหรียญทองจาก อภิเชษฐ์ และ อานนท์ ส่วนนักมวยสาวที่เราไม่ได้หวังอะไรมากนัก
มาถึงตอนนี้ก็ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองอีก 2 รุ่นทั้ง สุภิสรา และ หยาดรุ้ง นี่ยังไม่รวมกับอีก 3 นักชกชายที่ผ่านไปรอชิงฯ ก่อนหน้านี้แล้ว คือ รุ่นไลท์มิดเดิ้ลเวท 71 กก. “ยอดวิชา เข้มมวยไทยยิม” คมสัน ทันตะขบ, รุ่นเฟเธอร์เวท 57 กก. “แสน ปิ่นสินชัย” วิวัฒน์ คำทา และ รุ่นไลท์เวท 60 กก. “ขวัญ ส.เพลินจิต” ประวิทย์ ชิลนาค รวมทั้งหมดเป็น 5 รุ่นที่เรายังหวังและมีสิทธิ์ลุ้นเหรียญทองเพิ่มมาอีกในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ส่วนตัวหากไม่มีอะไรผิดพลาดมั่นใจว่า เราน่าจะได้เพิ่มมาสัก 3-4 เหรียญทอง เมื่อรวมกับของเดิมที่มีอยู่ก็น่าจะเป็น 5-6 เหรียญทอง ถือว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ แต่ถ้าหากเกิดเราโชคดีได้ครบทั้ง 5 เหรียญทองจะรวมเป็น 7 เหรียญทอง นับว่า ทะลุเกินเป้าหมายที่วางไว้

