ข้อมูลจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International – TI) เผยแพร่ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index – CPI) ประจำปี 2015 ประเทศไทยได้คะแนนความโปร่งใสอยู่ลำดับที่ 76 จาก 168 ประเทศที่สำรวจ และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนรองจาก สิงคโปร์และมาเลเซีย ที่ทำให้นายกรับมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาหยิบยกพูดถึงเป็นหนึ่งในผลงานรัฐบาลชุดนี้
ประเด็นนี้อ.พิชญ์ได้ตั้งคำถามต่อคุณสุรนันท์ถึงมุมมองของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อการคอร์รัปชั่นว่าผู้ที่ทำการทุจริต เขารู้ตัวหรือไม่ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่โปร่งใส โดยคุณสุรนันท์ให้คำตอบว่ามีคนหลายแบบทั้งที่รู้ตัวว่าทำความผิดและไม่รู้ตัวเลย ไม่ใช่แค่นักการเมืองแต่รวมไปถึงข้าราชการ หนึ่งคือตั้งใจโกง สองคือตั้งใจดีแต่เมื่อเห็นเงินมากๆก็เริ่มมีความเอนเอียง ซึ่งถ้าเป็นข้าราชการหรือนักการเมืองที่ดีก็จะไม่ทำความผิดนั้น
อ.พิชญ์ถามคุณสุรนันท์อีกว่า การเป็นนักการเมืองแล้วไม่โกงทำได้ยากหรือไม่ โดยคุณสุรนันท์ตอบว่า ในฐานะนักการเมืองมันไม่ยากเพราะคุณสามารถปฏิเสธได้ ถ้าคุณไม่คิดถึงตำแหน่งหรือกลัวจะหลุดจากตำแหน่ง แต่นั่นก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นว่า ถ้าไม่โกงจะได้มาซึ่งตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งการได้ตำแหน่งมาด้วยความสามารถนั้นก็มีอยู่
รวมไปถึงคำถามที่ว่า เราจำเป็นต้องมีทรัพยากรขนาดไหนในการเข้าไปทำงานในองค์กรต่างๆแล้วไม่โกง ซึ่งคุณสุรนันท์ได้บอกว่าความโกงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากรที่มีเพียงพอแล้วจะไม่โกงแต่มันอยู่ที่ความโลภของคน การโกงมันมีทุกระดับ ในจิตใจคนที่ยังมีความโลภโกรธหลง แต่จะทำอย่างไรที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้เขา ให้เขามีความรู้สึกว่าเขามีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งนั้น แล้วถ้าเกิดเป็นบุคคลสาธารณะเช่นนักการเมืองยิ่งต้องมีเป็นสองสามเท่าเพราะประชาชนให้การไว้วางใจ
และอีกหลายคำถามเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นพร้อมคำตอบที่น่าสนใจจากมุมมองของสองพิธีกรซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามชมได้ในคลิป

