The Hel(l)met Show EP.92 : ทัวร์ศูนย์เหรียญจีนเที่ยวไทย แต่ไทยได้ไม่คุ้มเสีย ?

23.03.16 | 18:10 น.

 

กระแสการเข้ามาของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจีนที่ทะลักสู่หัวเมืองหลักของประเทศไทยมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

ทำให้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจในพื้นที่เติบโตมีเม็ดเงินหมุนเวียนไม่น้อย ทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร การขนส่ง บริษัททัวร์ ร้านขายของที่ระลึก ขณะเดียวกันยังทำให้โครงสร้างธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันป้ายอาคาร ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ เต็มไปด้วยภาษาจีน และที่สำคัญก็คือการเข้ามาลงทุนในหลายธุรกิจ

Advertisement

 

นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทย 7.93 ล้านคน หรือคิดเป็น 26.55% (เกิน 1/4) ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด 29.88 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวมกัน 376,001 ล้านบาท คิดเป็น 25.98% ของยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งหมด 1,447,158 ล้านบาท (ประมาณ 10% ของ GDP)

 

และเมื่อเอายอดใช้จ่ายมาหารจำนวนคน ก็พบว่า นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่าย 47,386 บาท/คน สูงกว่าชาวมาเลย์ ชาวสิงคโปร์ หรือแม้แต่ชาวญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นรองก็กลุ่มชาวยุโรป แต่จำนวนก็ยังมากกว่ากันเป็นหลายเท่าตัว นักท่องเที่ยวจีนแห่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก เป็นช่องทางให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในไทยแบบครบวงจร โดยเฉพาะการลงทุนในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายสาขาอาชีพเริ่มได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

 

ที่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 9 อาชีพ ได้แก่ มัคคุเทศก์ภาษาต่างประเทศชาวไทย (ไกด์) บริษัททัวร์รายย่อย ผู้ประกอบการรถบัส เรือโดยสารสปีดโบ๊ต ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหารจีน ร้านของฝากหรือร้านจิวเวลรี ร้านนวดและนวดสปา และร้านขายผลไม้ หนักสุดได้แก่ ไกด์ภาษาจีนอาชีพ ผู้ประกอบการรถบัส เรือโดยสารสปีดโบ๊ต และร้านของฝากหรือจิวเวลรีของคนไทย ที่ผ่านมารัฐบาลมีข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวจีนและรายได้จากการท่องเที่ยวเยอะเป็นอันดับ 1 ซึ่งประเมินเฉลี่ยจากจำนวนนักท่องเที่ยว แต่หลักความจริงพบว่ารายได้หายไป ทรัพยากรธรรมชาติเราเสียหาย แต่เงินเข้ากระเป๋านายทุนจีนแทบทั้งหมด

 

คุณสุรนันทน์ตั้งข้อสังเกตว่า ทุกอย่างพูดแต่รายได้ แต่ไม่ได้มีการพูดถึงรายจ่าย เช่น จัดโปรโมชั่นการท่องเที่ยวแบบครบวงจร มีแต่รายได้เข้ามา แต่ไม่มีการบอกว่าใช้ต้นทุนไปเท่าไร และการรับนักท่องเที่ยวมาจำนวนมากๆ อาจทำให้ทรัพยากรธรรมชาติฟื้นตัวไม่ทันและเกิดความเสียหาย เมื่อเราเปิดเป็นวีซ่าเสรีแต่ถ้าไม่มีการวางแผนและนโยบายที่รัดกุมมากพอ ก็อาจส่งผลกระทบทางธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก แต่เชื่อว่าจีนมีการวางแผนที่ดีและเป็นแผนที่จีนได้ผลประโยชน์ รวมถึงการที่เข้ามาลงทุนในไทยด้วย ส่วนไทยไม่มีความเตรียมพร้อมมากพอ ในขณะเดียวกันก็ต้องเริ่มจำกัดทัวร์ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการท่องเที่ยว

 

ด้าน อ.พิชญ์มองว่า เป็นห่วงกระแสการต่อต้านนักท่องเที่ยวจีน เพราะนักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติใดก็ตามมีทั้งคนดีและไม่ดี ไม่อยากให้เหมารวมจีน ประเทศเดียว สิ่งที่สำคัญคือควรจะพูดถึงการบริหารและจัดการทางฝ่ายเรา โดยเฉพาะเรื่องนี้ควรส่งเสริมศักยภาพในระดับท้องถิ่น ควรมีการจับมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและให้ความรู้ต่างๆ กับนักท่องเที่ยว หรือบริหารจัดการให้เป็นระบบ มันไม่ควรอยู่ในรัฐบาลกลาง แต่ควรจะอยู่ในระดับท้องถิ่น
ติดตามรายการ “The Hel(l)met Show หมวกกันน็อค” ได้ทางมติชนออนไลน์ หรือทางช่องทาง Youtube ในช่อง MatichonTV วันจันทร์-พุธ-ศุกร์ 18.00 น.

ดำเนินรายการโดย “ไบค์เกอร์หนุ่มใหญ่” ที่สลัดคราบอาจารย์นักวิชาการ “พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์”

“เจ้าของร้านกาแฟนักปั่นย่านสุขุมวิท” จากอดีตนักการเมืองที่ช่วงนี้ต้องพักงาน “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ”

Don’t be insane protect your brain !!!
รักสมอง…ลอง “หมวกกันน็อค” !?