Science Insights  ฤดูร้อน…ไม่ใช่แค่อากาศร้อนๆ ปรากฏการณ์ฝนฟ้าอากาศอะไรที่จะตามมาบ้าง? : โดย ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ

27.04.22 | 13:00 น.

ผมลองถามเพื่อนๆ ใน social media ว่า “เมื่อถึง ฤดูร้อนเพื่อนๆ คิดถึงอะไรบ้าง?” 

คำตอบที่ได้หลากหลายครับ ส่วนใหญ่พอคาดเดาได้กว้างๆ ถ้าเป็นธรรมชาติก็ทะเลสีคราม หาดทราย ภูเขา น้ำตก ลำธาร แม้แต่เสียงของแมลงฤดูร้อน ฯลฯ 

ถ้าเป็นของกินก็เฉาก๊วย น้ำแข็งไส น้ำผลไม้ปั่น เบียร์วุ้น ข้าวเหนียวมะม่วงอกร่อง ข้าวแช่เจ้าอร่อย ฯลฯ ถ้าเป็นของใช้ก็แป้งเย็น(มีระบุยี่ห้อมาด้วย 555) และแน่นอนถ้าเป็นเทศกาล ก็….สงกรานต์ (คงคิดถึงเนื่องจากหายไป 2 ปีแล้ว)

แต่บางคำตอบระบุจำเพาะมาก เช่น “ลั่นทมที่พระราชวังที่เกาะสีชัง” (ทำให้อยากไปชมบ้างซะแล้ว)

ปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศว่าวันที่เริ่มต้นฤดูร้อนของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ คือวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งหลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เอ…มันร้อนจะละลายมาตั้งหลายวันแล้ว ทำไมเพิ่งมาประกาศ หรืออาจบอกว่าแถวบ้านก็ร้อนทุกวันอยู่แล้วนี่ (ทำนองว่าไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเข้าหน้าร้อน….)

Advertisement

ในทางวิชาการมีเกณฑ์การเข้าสู่ฤดูกาลหนึ่งๆ ที่ชัดเจนครับ กรณีของฤดูร้อนในประเทศไทยนี่ เหตุผลหลักๆ ที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุไว้มี 2 ข้อ ทั้้ง 2 ข้อมีแง่มุมเล็กๆ น่ารู้ที่ซ่อนอยู่ มาดูกันครับ

(1) ในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป และ

(2) มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุมแทน

ก่อนอื่นคำว่า “ประเทศไทยตอนบน” อาจจำง่ายๆ ว่าหักเอาด้ามขวานหรือภาคใต้ออกไป นั่นคือ ประเทศไทยตอนบน = ภาคเหนือ + ภาคกลาง + ภาคตะวันออก + ภาคอีสาน

ในข้อ (1) มีคำว่า “พื้นที่ส่วนใหญ่” ก็เพราะว่าหลายพื้นที่เป็นภูเขา ป่าทึบ ซึ่งอาจมีอุณหภูมิสูงไม่ถึง “เกณฑ์อากาศร้อน (Hot)” ซึ่งมีอุณหภูมิตั้งแต่ 35.0–39.9 องศาเซลเซียส และขอแถม “เกณฑ์อากาศร้อนจัด (Very Hot)” เอาไว้ตรงนี้ด้วยว่าคือ อุณหภูมิตั้งแต่ 40.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ส่วนข้อ (2) นี่พูดแบบง่ายๆ ได้ว่า “ลมหนาว” หายไป ได้ “ลมฝ่ายใต้” มาแทน คำว่า ลมฝ่ายใต้ (southerly wind) หมายถึงลมที่พัดมาจากทิศใต้ หรือทิศที่มีทิศใต้ร่วมอยู่ด้วย (ไม่ว่าทิศตะวันออกเฉียงใต้ อย่างในกรณีนี้ หรืออาจเป็นทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในกรณีอื่นๆ ด้วยเช่นกัน)

ลมฝ่ายใต้นี่สำคัญนะครับ เพราะว่าหากพัดผ่านทะเลเข้ามาสู่ประเทศไทยตอนบนก็อาจหอบเอาความชื้นเข้ามาด้วย แปลเป็นภาษาบ้านๆ ได้ว่า ทำให้มีโอกาสเกิดเมฆมากขึ้น เมื่อเมฆมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดฝนตกก็มากตามไปด้วยนั่นเองครับ (จริงๆ แล้วเรื่องเมฆเรื่องฝนนี่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นด้วย แต่ในที่นี้ต้องการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ลมเปลี่ยนทิศทางเป็นลมฝ่ายใต้ตามเกณฑ์ข้อ (2) ครับ)

เมื่อใช้เกณฑ์ที่ระบุไว้นี้ ก็จะพอเข้าใจได้ว่า “วันแรกของฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ” ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละปีไม่จำเป็นต้องตรงกันเป๊ะๆ ผมลองสืบค้นย้อนหลังกลับไปถึงปี 2557 พบว่าวันแรกของฤดูร้อนเป็นดังนี้ครับ

2557 : 25 กุมภาพันธ์
2558 : 24 กุมภาพันธ์
2559 : 2 มีนาคม
2560 : 3 มีนาคม
2561 : 3 มีนาคม
2562 : 21 กุมภาพันธ์
2563 : 29 กุมภาพันธ์
2564 : 27 กุมภาพันธ์
2565 : 2 มีนาคม

นี่เองที่ก่อนกรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศวันที่ออกมา ก็จะบอกแบบกว้างๆ ว่าราวปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือราวต้นเดือนมีนาคม (ส่วนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change จะมาขยับช่วงวันแรกของฤดูร้อนหรือไม่ อย่างไร ก็ต้องรอดูกันยาวๆ)

พอเข้าฤดูร้อนแล้ว มีปรากฏการณ์ฝนฟ้าอากาศอะไรที่จะตามมาบ้าง? มีหลายอย่างครับ ผมขอยกตัวอย่างที่น่ารู้จัก ได้แก่ พายุฤดูร้อน, ไฟป่า, พายุหมุนเขตร้อน และอาทิตย์ทรงกลด(แบบน่าทึ่ง)

พายุฤดูร้อน : หากใครเคยเจอพายุฤดูร้อน หรือสนใจติดตามข่าวจะทราบว่าเป็นพายุที่มีทั้ง ลมกระโชกแรง + ฝนกระหน่ำหนัก + ฟ้าแลบฟ้าผ่า + อาจมีลูกเห็บตกด้วย เรียกว่าแทบจะครบเครื่องเลยทีเดียว

ลมกระโชกแรงทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้ม กิ่งก้านหักปลิว ป้ายพัง เสาไฟล้ม ฝนกระหน่ำหนักก็ทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ ฟ้าแลบฟ้าผ่าก็อันตราย แถมยังอาจผ่าลงหม้อแปลงทำให้ไฟดับในบางพื้นที่ ส่วนลูกเห็บนั้นถ้าก้อนใหญ่ก็ทำให้กระจกรถแตกหรือหลังคาสังกะสีบางๆ ทะลุได้ – อันตรายทั้งนั้นครับ

ถ้าสนใจคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า ให้ตามไปอ่านบทความนี้
> https://www.matichon.co.th/columnists/news_942130

ถ้าสนใจแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับลูกเห็บก็ตามไปอ่านบทความนี้
> https://www.matichon.co.th/columnists/news_923029

พายุฤดูร้อนเกิดในบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน (แต่กรุงเทพก็เคยเกิดเช่นกัน) กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพายุชนิดนี้ 

ไฟป่า : เข้าใจได้ไม่ยากว่าสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนเอื้อต่อไฟป่า นอกจากป่าไม้ สัตว์ป่า และผู้คนในพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว ฝุ่นควันจากไฟป่านี่ลมหอบไปที่ไหนก็สร้างความเดือดร้อนด้วยเช่นกัน 

พายุหมุนเขตร้อนแถบอันดามัน: ประเด็นนี้เป็นข่าวน้อยกว่าพายุหมุนเขตร้อนที่เข้ามาทางทะเลจีนใต้เพราะเกิดน้อยกว่าและส่งผลกระทบต่อคนไทยน้อยกว่า แต่ก็สำคัญควรรู้ไว้

เล่าย่อๆ คือ ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม หากหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลอันดามันทวีกำลังแรงขึ้น ก็จะกลายเป็นดีเปรสชัน พายุโซนร้อน และพายุไซโคลนได้ คำว่า “พายุไซโคลน” นี่จริงๆ แล้วในทางวิชาการก็เหมือนกันพายุไต้ฝุ่นและพายุเฮอร์ริเคนนั่นแหละครับ แต่เรียก “ไซโคลน (cyclone)” ตามความนิยม เพราะเกิดในมหาสมุทรอินเดียหรือมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้

คุณผู้อ่านที่สนใจการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2565 ให้อ่านจากเอกสารของกรมอุตุนิยมวิทยา ตาม link นี้ โดยสังเกตวันที่แก้ไขปรับปรุงล่าสุด (ซึ่งมักจะอยู่บนสุด)

> http://climate.tmd.go.th/content/category/4

อาทิตย์ทรงกลด(แบบน่าทึ่ง): เรื่องนี้อาจฟังดูแปลก เพราะเหมือนจะไม่เห็นเกี่ยวกับฤดูร้อน แต่จากประสบการณ์ตรงกว่าสิบปี นักดูเมฆชมฟ้าพบว่าช่วงเดือนพฤษภาคมมีโอกาสเกิดอาทิตย์ทรงกลด โดยเฉพาะแบบแปลกๆ ได้ เช่น วงรี (เรียกเป็นภาษาวิชาการว่า circumscribed halo หรือการทรงกลดแบบเซอร์คัมสไครบด์) และเส้นอื่นๆ ที่ไม่ใช่วงกลมล้อมรอบดวงอาทิตย์

คำอธิบายอย่างรวบรัดคือ ในฤดูร้อน อาจเกิดเมฆก้อนใหญ่เรียกว่า เมฆฝนฟ้าคะนองชนิดหัวฟู (Cumulonimbus capillatus) ได้เป็นระยะ เมื่อเมฆก้อนหลักสลายตัวไปโดยการปล่อยน้ำลงเป็นฝน ก็จะทิ้งส่วนบนเอาไว้บนฟ้า เมฆส่วนบนนี้หากถูกกระแสลมเกลี่ยให้เป็นเมฆแผ่นที่เรียกว่า ซีร์โรสเตรตัส (Cirrostratus) ก็จะทำให้แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านเมฆนี้ลงมาเกิดการหักเหเกิดเป็นการทรงกลดนั่นเอง

สนใจอาทิตย์ทรงกลดแบบแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 พร้อมข้อมูลประกอบ ตามไปอ่านได้ที่

> https://www.matichon.co.th/columnists/news_693940

ก่อนจบเรื่องนี้ ขอฝากข้อมูลเล็กๆ ไว้ 2 เรื่อง 

เรื่องแรก เกี่ยวกับคำศัพท์หรูๆ ที่หมายถึง “ฤดูร้อน” คนไทยส่วนใหญ่น่าจะทราบว่า คำว่า “คิมหันตฤดู” (ออกเสียง: คิม-หัน-ตะ-รึ-ดู) เพราะคำว่า คิมหะ, คิมหานะ (ภาษาบาลี) แปลว่า ฤดูร้อน

ส่วนคำอื่นๆ ที่ไม่ค่อยได้ยินกัน เช่น “อุษมฤดู” (ออกเสียง: อุ-สะ-มะ-รึ-ดู) เพราะคำว่า อุษม, อุษมัน แปลว่า ไอ, ไออุ่น (ถ้าใช้คำนี้ อาจแปลเล่นๆ ซนๆ ว่า อุษมฤดู คือ “ฤดูไออุ่น” 😉 ) และอีกคำคือ “ครีษมฤดู” (ออกเสียง: ครี-สะ-มะ-รึ-ดู) เพราะคำว่า ครีษม หมายถึง ไฟ (แปลเล่นๆ ซนๆ ว่า “ฤดูไฟ”!) สองคำหลังนี้ ผมขอขอบคุณ อาจารย์ธวัชชัย ดุลยสุจริต Thawatchai Dulyasujarit ที่ให้ความรู้ครับ

อีกเรื่องคือ ชวนมองไปอนาคตที่ไม่ไกลนัก คือ การสิ้นสุดของฤดูร้อนและเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาระบุไว้แบบกว้างๆ ว่า “ฤดูร้อนจะสิ้นสุดราวกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565″

ส่วนเกณฑ์อย่างเป็นทางการของการเข้าสู่ฤดูฝนคือ

(1) ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องเกือบทั่วไป และ 

(2) ทิศทางลมตั้งแต่ระดับผิวพื้นถึงความสูง 3.5 กม. เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง 5 กม. ขึ้นไป เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก

สังเกตข้อ (2) ว่าลมที่ระดับความสูง 3.5 กม. ยังเป็นลมฝ่ายใต้ โดยพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ 

ถ้าดูสถิติวันที่เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ย้อนหลัง 11 ปี ได้ข้อมูลดังนี้ครับ:

2554 : 6 พ.ค.
2555 : 5 พ.ค.
2556 : 18 พ.ค.
2557 : 27 พ.ค.
2558 : 22 พ.ค.
2559 : 18 พ.ค.
2560 : 16 พ.ค.
2561 : 26 พ.ค.
2562 : 20 พ.ค.
2563 : 18 พ.ค.
2564: 15 พ.ค.

ไว้ช่วงใกล้ๆ ต้นเดือนพฤษภาคม จะลองชวนคุณผู้อ่านมาเดาเล่นๆ กันว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดวันไหนและฤดูฝนจะเริ่มต้นขึ้นวันไหน

สุดท้าย ขอย้อนกลับไปตรงคำถามแรกคือ “เมื่อถึง ฤดูร้อนคุณผู้อ่านคิดถึงอะไร?” 

ตอบสัก 3 อย่างแรก (หรือมากกว่า) ที่แวบเข้ามาในสมองได้ครับ!

ภาพประกอบ พระอาทิตย์ทรงกลด เมื่อวันที่ 5พฤษภาคม 2562

 

#ScienceInsights #เมฆ #cloud #วิทย์ #ศูนย์ข้อมูลมติชน #MatichonMIC

โปรดอย่าลืมกดติดตามเพจของ MIC ได้ที่ :

Facebook : www.facebook.com/MatichonMIC