Science Insight : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งอุตุนิยมวิทยาไทย ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ

เจ้านายในอดีตพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีคนไทยจำนวนมากเคารพรักและศรัทธา ได้แก่ นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือที่บางคนเรียกพระองค์ท่านอย่างลำลองว่า ‘เสด็จเตี่ย’ หรือ ‘หมอพร’ 

น่ารู้ด้วยว่าในปี พ.ศ. 2536 กองทัพเรือได้มีประกาศขนานนามพระองค์ว่าเป็น “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2544 ได้แก้ไขเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย”

อย่างไรก็ดี เรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบก็คือพระองค์ท่านยังทรงเป็น “พระบิดาแห่งอุตุนิยมวิทยาไทย” อีกด้วย!

เนื่องจากวันที่ 19 พฤษภาคม เป็นวันครบรอบการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน ผมจึงขอเล่าเกร็ดประวัติในส่วนนี้เอาไว้เพื่อให้สังคมไทยได้รับรู้มากขึ้น (พระองค์สิ้นพระชมน์ในปี พ.ศ. 2466)

ในบทความชื่อ “พระบิดา-บุรพาจารย์ต้นกำเนิดอุตุนิยมวิทยาไทย”  ซึ่งตีพิมพ์ในเอกสาร “เหตุจากลมฟ้าอากาศ” เขียนโดย น.ต. สุเมธ หิญชีระนันทน์ ให้ข้อมูลเชิงลึกเอาไว้ แต่เนื่องจากเอกสารนี้หาอ่านลำบาก (ผมอ่านพบในห้องสมุดของกรมอุตุวิทยาที่บางนา) จึงขอคัดเนื้อหาสำคัญที่น่าสนใจมาให้อ่านกัน เผื่อไว้ใช้อ้างอิงก็ดี หรือสอนลูกหลานเราก็ได้ 

ข้อความระหว่างเครื่องหมาย ======== ต่อไปนี้ มาจากเอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ผมได้เพิ่มย่อหน้าเพื่อให้อ่านง่ายขึ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ครับ

=======================================

ลมฟ้าอากาศจะมีความสำคัญจนเริ่มมีวิชาอุตุนิยมวิทยาแพร่หลายขึ้นมาในประเทศไทยได้อย่างไรนั้น มีความพิสดารที่น่ารู้จากเรื่อง “ความเป็นมาของกิจการอุตุนิยมวิทยาในประเทศไทย” ที่ พล.ร.ท.  จรูญ วิชยาภัย บุนนาค (อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนแรก-ผู้ดำเนินกินการอุตุนิยมวิทยาให้เป็นปึกแผ่นและก้าวหน้า) เขียนขึ้นจากความทรงจำดังนี้:

“เรื่องความเป็นมาของกิจการอุตุนิยมวิทยาในประเทศไทย สมควรกล่าวแรกเริ่มในสมัยของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งทหารเรือ เมื่อยังทรงดำรงพระยศเป็น พลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 

พระองค์ได้ทรงนำเอาวิชาอุตุนิยมวิทยามาสอนในโรงเรียนนายเรือเป็นครั้งแรก โดยถือว่าเป็นวิชาหนึ่งควบคู่กันไปกับวิชาดาราศาสตร์เดินเรือและเดินเรือนำร่อง ทั้งยังได้จัดให้มีการตรวจอุตุนิยมวิทยาขึ้นตามเรือรบ โดยจดผลการตรวจแอนเนอรอยด์ บาโรเมตร์ เทอโมเมตร์ เมฆ ฝน ลม คลื่น และปรากฏการณ์ต่างๆ ในสมุดปูมเรือเป็นประจำ  

นับว่ากิจการอุตุนิยมวิทยาได้ถือกำเนิดขึ้นในสมัยพระองค์ท่านเป็นวาระแรก แต่ได้ปฏิบัติในวงแคบเฉพาะตามเรือรบเท่านั้น โดยมุ่งประโยชน์ต่อกิจการเดินเรือและอุตุนิยมวิทยาทะเลเป็นสำคัญ 

การสอนทรงไล่เดี่ยวกับลูกศิษย์ของพระองค์ท่านตัวต่อตัว ลูกศิษย์คนแรกและคนโปรดของพระองค์คือ พลเรือโท พระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน)”

อ่านประวัติ และชมภาพของ พระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน)  (อ่านเพิ่มเติม)

“พระยาราชวังสัน ได้รับการถ่ายทอดวิชาการต่างๆ โดยตรงจาก กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ท่านผู้นี้ได้ทำความเจริญให้แก่กองทัพเรืออย่างมากมาย ท่านได้แปลตำราดาราศาสตร์เดินเรือ และอุตุนิยมวิทยาจากภาคภาษาอังกฤษ ตำราทั้ง 2 เล่มนี้ข้าพเจ้ายังได้ทันเรียน (ข้าพเจ้าในที่นี้หมายถึง พล.ร.ท.  จรูญ วิชยาภัย บุนนาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนแรก – ผู้เขียน)

ตำราดาราศาสตร์เดินเรือ (เล่มแดง) นั้นพอจะเรียนให้เข้าใจได้ดี เพราะส่วนมากเป็นการคำนวณหาที่เรือ (ละติจูด ลองจิจูด) จากการวัดแดดวัดดาวกันเป็นพื้น แต่พอถึงเวลาเรียนอุตุนิยมวิทยาทีไรเป็นต้องง่วงเหงาหาวนอนทุกที เพราะเรียนไม่ค่อยเข้าใจดี อาจเป็นเพราะพื้นความรู้ทางวิชาฟิสิกส์อ่อนไปก็เป็นได้ จึงต้องอาศัยท่องจำเป็นพื้น

พระยาราชวังสันท่านเป็นผู้ตั้งชื่อคำว่า อุตุนิยมศาสตร์ (Meteorology) นี้ขึ้น (ต่อมาเปลี่ยนเป็นอุตุนิยมวิทยาตามอักษรตัวท้ายที่ลงด้วย gy ในภาษาอังกฤษ) 

ข้าพเจ้าได้ทราบภายหลังจากคุณครู หลวงชลธารพฤฒิไกร (พงศ์ อาสนะเสน) ว่าพระยาราชวังสันกว่าจะได้ชื่อนี้มา ท่านต้องลำบากยากเย็นเที่ยวไปถามพระตามอารามต่างๆ ถึงเจ็ดวัด เจ็ดวา เพื่อเลือกหาคำบาลีที่เหมาะสมมาใช้กับคำว่า Meteorology ในภาษาอังกฤษ ท่านก็ได้คำว่า อุตุนิยมศาสตร์นี้มา ข้าพเจ้าซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีความคิดจะขอเปลี่ยนชื่อนี้เสียใหม่ ก็เลยต้องงดไป เพื่อแสดงคารวะต่อชื่อเก่าที่ท่านบุรพาจารย์ได้ตั้งไว้”

===================================

ในบทความ ประวัติกรมอุตุนิยมวิทยา ในวารสารอุตุนิยมวิทยา (ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน 2545) มีข้อมูลเสริมว่า อุตุนิยมวิทยาในประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นในกองทัพเรือ โดยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้ทรงนำวิชาอุตุนิยมวิทยามาสอนในโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 (เปิดโรงเรียนนายเรือเป็นครั้งแรก) 

มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการยกย่องพระองค์ท่านเป็นพระบิดาแห่งอุตุนิยมวิทยาไทยเล็กน้อยว่า แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะมีอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่านอยู่หน้าอาคารที่ทำการ แต่คนไทยทั่วไปก็ยังไม่รู้จักกรมหลวงชุมพรฯ ในฐานะนี้เท่าใดนัก ดูได้จากหนังสือจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับพระราชประวัติ ก็อาจไม่ได้กล่าวถึงคุณูปการของพระองค์ท่านด้านอุตุนิยมวิทยาเอาไว้เลย 

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563 มูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้จัดกิจกรรมการเสวนาพระประวัติครั้งที่  4 ภายใต้โครงการ กรมหลวงชุมพรฯ 120 ปี นิวัตมาตุภูมิ สู่ราชนาวีสยาม ในหัวข้อ “เสด็จเตี่ย ครูผู้สร้างในศาสตร์แห่งลม-น้ำ-ฟ้า” หากสนใน สามารถอ่านข้อสรุปได้จากบทความ “รากฐานจากองค์บิดา ในวิชาพยากรณ์ ลม น้ำ ฟ้า” (อ่านเพิ่มเติม)

ในบทความข้างต้นระบุว่า วิทยากรท่านหนึ่งคือ พลเรือโท ไชยวุฒิ นาวิกาญจนะ เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ  (ในขณะนั้น คือเดือนกันยายน 2563) ระบุว่า 

“…พระองค์ท่านก็ทรงปรับปรุงหลักสูตรของนักเรียนนายเรือทั้งหมด มีวิชาหนึ่งก็คือวิชาไฮโดรกราฟี ซึ่งก็คือว่าด้วยอุทกศาสตร์นั่นเอง พร้อมกันนั้นท่านก็ใส่วิชาตรีโกณมิติทรงกลม ตรีโกณมิติ กับวิชาด้านการสำรวจอุตุนิยมวิทยาไว้ด้วยนะครับ … แล้วพระองค์ท่านก็ทรงสอนเองด้วย เพราะพระองค์ท่านทรงคิดว่าต้องสอนให้นักเรียนนายเรือทำแผนที่ได้เอง ให้คนไทยสามารถทำแผนที่ได้เอง … เป็นจุดเริ่มให้มีการพัฒนาหลักสูตรกันมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน”

ซึ่งตรงกับที่ พล.ร.ท.  จรูญ วิชยาภัย บุนนาค ระบุว่าวิชาต่างๆ นั้นท่านทรงสอนเอง

กล่าวโดยสรุปคือ ศาสตร์ทางด้านอุตุนิยมวิทยาของไทย เริ่มต้นที่กองทัพเรือ โดยมีกรมหลวงชุมพรฯ เป็นผู้ริเริ่ม และต่อมาได้พัฒนาขึ้นจนเป็นสากลและขยายขอบเขตแยกตัวออกมา ทำให้มีการพยากรณ์ได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศนั่นเอง

คราวหน้า หากคุณผู้รับทราบข่าวสารหรือคำพยากรณ์ทางด้านอุตุนิยมวิทยา ก็อาจน้อมรำลึกถึงคุณูปการของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” ด้วยก็น่าจะดีไม่น้อยครับ 

ขุมทรัพย์ทางปัญญา

ข้อมูลหลักในบทความนี้มาจากเอกสาร เหตุจากลมฟ้าอากาศ เขียนโดย น.ต. สุเมธ หิญชีระนันทน์ จัดทำโดยกองการศึกษาและวิจัย กรมอุตุนิยมวิทยา 

ขอแนะนำหนังสือ เสด็จเตี่ย “เกิดมาทั้งที มันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น” เขียนโดย ศรัณย์ ทองปาน สำนักพิมพ์สารคดี (ISBN 974-484-208-3) และเรื่อง วิเคราะห์สาเหตุการสิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรฯ ผ่านมุมมองการแพทย์สมัยใหม่ที่ (อ่านเพิ่มเติม)  

โปรดอย่าลืมกดติดตามเพจของ MIC ได้ที่ : Facebook MatichonMIC

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon