ประกันมีกี่ประเภท เราควรทำประกันพื้นฐานอะไรบ้าง

ประกันชีวิต

ประกันชีวิตมีกี่ประเภท
ลำพังประกันแพ็คเกจต่างๆ ก็มีมากมายอยู่แล้ว แต่เพื่อผลประโยชน์ของผู้อ่านที่กำลังจะเลือกซื้อประกัน หรือมีประกันคุ้มครองอยู่ในมืออยู่แล้ว การทราบถึงชนิด ประเภท และลักษณะเฉพาะของประกันแต่ละรูปแบบ ก็จะช่วยให้เราสามารถวางแผนเลือกซื้อประกันได้ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิต และการเงินภายในครอบครัวของเราได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเราสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความจำป็นของประกันต่างๆได่ที่ ประกันสุขภาพและประกันชีวิตมีความจำเป็นแค่ไหน?

ซึ่งประเภทของประกันชีวิตแบ่งออกเป็น 

  • ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance)
    ให้ความคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ โดยการชำระเบี้ยประกันเป็นแบบรายปี รายหกเดือน รายสามเดือน หรือแบบรายเดือน มีทั้งแบบที่ต้องตรวจ และไม่ต้องตรวจสุขภาพ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเอาประกัน สุขภาพ และอายุของผู้เอาประกันภัย มักการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป
  • ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance)
    ประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันค่อนข้างต่ำ ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ ประมาณ 10,000 – 30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้น้อย นิยมกำหนดให้ชำระเบี้ยเป็นรายเดือน ซึ่งส่วนนี้บริษัทประกันชีวิตจะพิจารณารับประกันชีวิต ด้วยการอาศัยข้อมูลในคำแถลงในใบขอเอาประกันภัย
  • ประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance)
    จะมีผู้เอาประกันชีวิตร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยพิจารณาจากความเสี่ยงภัยของบุคคลในกลุ่มทั้งหมด ด้วยอัตราเฉลี่ยของอายุ เพศ หน้าที่การงาน ส่วนมากจะเป็นกลุ่มของพนักงานบริษัท ในการพิจารณารับประกันอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท

ประเภทของประกันพื้นฐานที่ควรรู้จัก ตามวัตถุประสงค์ของการทำประกัน หากต้องการเน้นทำเพื่อลูกหลาน 

  • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) คือประกันชีวิตประเภทที่เน้นการคุ้มครองระยะยาว โดยเราต้องจ่ายเบี้ยประกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี แต่ให้การคุ้มครองเราตลอดชีพ หรือจนถึงอายุ 90 ปี หรือ 99 ปี
    ซึ่งประกันตลอดชีพจะเน้นให้ผู้รับผลประโยชน์มีเงินทุนในภายภาคหน้า รวมทั้งจะได้มีเงินมารักษาการเจ็บป่วย และจ่ายค่าทำศพของผู้เอาประกัน หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว โดยจะได้ไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่นที่อยู่เบื้องหลัง

หากต้องการเน้นทำประกันเพื่อการเกษียณ

  • ประกันแบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance) คือประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกเดือน นับแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไปจนครบสัญญา 

หากต้องการเน้นการคุ้มครองภัย จากการเสี่ยงชีวิต 

  • แบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) เน้นการคุ้มครองระยะสั้น โดยเราเลือก ช่วงเวลาในการจ่ายเบี้ยและรับการคุ้มครองได้เอง ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ปี / 10 ปี / 15 ปี เป็นต้น ไม่มีการสะสมทรัพย์รวมอยู่ด้วย เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วจึงไม่มีมูลค่าใด ๆ คืนให้ผู้เอาประกัน 

หากต้องการเน้นออมเงินในระยะสั้น กลาง และระยะยาว เหมาะเอาไว้สะสมทรัพย์ เพื่อใช้หลังเกษียณ

  • แบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance) บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกเดือน นับแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป

การบริหารกรมธรรม์ อีกหนึ่งเรื่องที่ควรใส่ใจ 

ในส่วนนี้จะเป็นตารางที่แสดงมูลค่าการใช้สิทธิ์บริหารกรมธรรม์ คือสิทธิ์เวนคืนมูลค่าเงินสด, สิทธิ์แปลงกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์เงินสำเร็จ และสิทธิ์ขยายเวลาความคุ้มครองเมื่อเราหยุดจ่ายเบี้ยไปแล้ว โดยอยู่ในลักษณะของตารางตัวเลข สำหรับคนที่กำลังพิจารณาหยุดจ่ายเบี้ยประกันดีหรือไม่ และควรใช้สิทธิ์ไหนดี ก็ให้ใช้ตารางนี้ดูควบคู่กันกับการบริหารค่าใช้จ่ายในการประกันของตนเอง เพื่อทราบถึงสิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขต่างๆ ที่จะได้รับ เอาไว้ใช้ประเมินทางเลือกในการบริหารค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ของตนเอง 

เข้าใจผลประโยชน์ของประกัน ในกรณีที่ยังมีชีวิตอยู่ และเสียชีวิตลงแล้ว 

  • กรณีที่มีชีวิตอยู่ เช่น จะมีเงินคืนเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์ที่เท่าไหร่ เป็นร้อยละเท่าไหร่ จากทุนประกัน หรือเมื่อครบสัญญาจะได้อีกร้อยละเท่าไหร่    
  • กรณีที่เสียชีวิต จำมีการคำนวณจากช่วงปี หรือระยะเวลาที่เสียชีวิต จะมีความคุ้มครองชีวิตคิดเป็นร้อยละเท่าไหร่ของทุนประกัน ในส่วนนี้จะมีตารางสรุปเอาไว้ให้ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญอย่ามาก เป็นรายละเอียดที่ละเลยไม่ได้อีกเช่นกันก่อนตกลงเซ็นสัญญาการซื้อประกัน

นี่คือข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้น ที่ถ้าหากเราทราบก่อนจะตัดสินใจซื้อประกันชีวิตใดๆ จะช่วยให้เราเข้าใจรูปแบบ ประเภท และผลประโยชน์ที่จะได้รับเป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพนั้นมีชื่อแพ็คเกจที่แตกต่างกันออกมามากมาย พร้อมด้วยข้อมูลด้านการชำระเบี้ยประกัน และผลประโยชน์ที่จะได้รับให้เราได้ศึกษามากมายไปเต็มหมด การกลับมาทำความเข้าใจถึงพื้นฐานของประกันชีวิตว่ามีกี่รูปแบบ และรูปแบบไหนมีเพื่ออะไร ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถซื้อประกันที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่ ต้องการได้อย่างตรงจุดที่สุด และการวางแผนเรื่องสุขภาพไว้ก่อนถือเป็นเรื่องจำเป็นเพราะหากเราเจ็บป่วยแล้วไม่มีประกันสุขภาพก็อาจเกิดเหตุการณ์ ค่ารักษาพยาบาลอาจทำให้ล้มละลายได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้#อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แล้วฟินกับหนังโดนๆ จาก HBO GO และ MONOMAX
บทความถัดไป‘วิษณุ’ขู่ ออกกฎเข้ม ถ้ายังดื้อไม่ทำตามเคอร์ฟิว อนุโลมส่งอาหารได้ แต่ต้องมีหนังสือรับรอง