วางแผนการเงินให้ธุรกิจไปรอด ในช่วงโควิด-19

วางแผนการเงิน, วางแผนการเงินให้ธุรกิจ ,โควิด-19

วางแผนการเงินให้ธุรกิจไปรอด ในช่วงโควิด-19 ถ้าพูดถึงไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน รวมไปถึงผู้ประกอบการหลายรายที่ต้องมีการปรับกลยุทธ์การทำงานให้เหมาะกับสถานการณ์นี้ มีคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในใจของทุกคน ว่าถ้าวิกฤติไวรัสโควิด-19 ยังระบาดต่อเนื่องเป็นระลอก 2-3 กินระยะเวลายาวนานออกไปแบบไม่มีกำหนด ด้วยตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นทุกวันและแนวทางการรับมือด้านการแพทย์ของประเทศไทยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผู้ประกอบการอย่างเราควรจะต้องรู้และทำอะไรบ้างเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในตอนนี้ พร้อมแล้วมาดูกัน

  1. ต้องรู้อะไรบ้างในสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19?
    ควรติดตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องให้ความร่วมมือกันปฏิบัติตามเพื่อเป็นแนวทางป้องกันช่วยบุคคลากรทางการแพทย์ และคอยติดตามสถานการณ์ของประเทศอื่นๆในโลกรวมถึงศึกษาวิธีการรับมือและการปรับตัวในการทำงานของเขา เพื่อนำข้อมูลต่างๆมาประกอบการวางแผนทั้งการทำงานและการเงิน หรือนำมาประยุกต์ใช้กับบริษัทฯ/ลูกค้าของเรา ให้สามารถผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
  2. ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ต้องทำอีกนานแค่ไหน?
    เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อไวรัสจากการรวมกลุ่ม อาจใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 เดือน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งก็อาจที่ให้เกิดความเบื่อบ้าง ขี้เกียจบ้าง รู้สึกถึงความไม่คล่องตัวในการทำงาน ดังนั้นควรเปลี่ยนทัศนคติคือถ้าคิดว่าเราต้องรอด ก็ต้องยิ่งเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้บ่อยมากขึ้น ชัดเจนขึ้น มีลายลักษณ์อักษรเพื่อลดความคลาดเคลื่อนของเนื้องาน และหาไอเดียแนวคิดใหม่ๆเพื่อเสนอแผนการทำงานให้กับบริษัทหรือลูกค้าเพื่อให้งานของเขาเดินหน้าต่อไปได้ด้วย
  3. ถ้ามีมาตรการเคอร์ฟิวออกมาแล้วห้ามเคลื่อนย้ายออกนอกเคหะสถานต้องทำอย่างไร?
    เตรียมของอุปโภคบริโภคให้พร้อมที่เก็บไว้ใช้ได้ 2-3 เดือน เตรียมแผนให้พนักงานทำงานที่บ้าน 100% เรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ทำการศึกษาหาข้อมูลเรียนรู้ที่จะทำงานและประชุมออนไลน์ให้คล่องแคล่ว ซึ่งหาได้ง่ายๆจากทั้งในหนังสือที่สามารถสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์และในระบบ Search engine ต่างๆ
  4. ทำไมเราถึงต้องเร่งพัฒนาตัวเองในช่วงนี้?
    เพราะการพัฒนาตัวเองทำให้เรามีความพร้อมแก้ปัญหาในงาน หารายได้เพิ่มได้ และเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ เราจะเป็นเจ้าแรกๆที่ได้ครองตลาดแบบไม่เจ็บตัวมาก การเสริมทักษะด้านต่างๆก็สามารถทได้ง่ายๆ เช่น การอ่านหนังสือเสริมในทักษะที่เราสนใจ เซิร์ทหาข้อมูลและช่องทางการสร้างรายได้ การเรียนคอร์สเรียนออนไลน์ที่มีให้เลือกมากกว่าหมื่นคอร์สทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งแบบเรียนฟรีและแบบเสียเงินแล้วแต่เนื้อหาและความน่าสนใจ ซึ่งการทำสิ่งนี้จะทำให้เรามีไอเดียในการแก้ปัญหาให้องค์กรได้ ต่อยอดความรู้ในการสร้างรายได้จากออนไลน์ และการลงทุนในรูปแบบต่างๆให้เงินงอกเงย เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้ตัวเราสามารถพัฒนาตัวเองได้สูงสุด
  5. ตัดค่าใช้จ่ายบริษัทในส่วนที่ไม่จำเป็น
    เมื่อเรามีความรู้ที่จะหารายได้เพิ่มแล้ว ในช่วงนี้เราก็ควรที่จะต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างของที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 พื้นฐานของเราและการทำงานผ่านอออนไลน์นั่นเอง อาจกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อซื้อของอุปโภคบริโภคที่เก็บไว้ได้ตลอด 2-3  เดือน วิธีการทำง่ายๆ ก็คือให้จดรายการที่ต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนอย่างละเอียด ระบุเป็นรายวันและจำนวนยอด ตัดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญเร่งด่วนออกก่อน
  6. กันเงินบริษัทไว้ไปฝากธนาคาร
    กันเงินประมาณ 15-30% ของรายได้ในแต่ละเดือนนำไปฝากธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูง เช่น ธนาคารไทยเครดิต, ธนาคารไทยพานิชย์, ธนาคารไอซีบีซี, ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮาส์, ธนาคาร ธกส และธนาคารธนชาต เป็นต้น
  7. ศึกษาการลงทุนในสลากออมสิน กองทุน และหุ้น
    ตอนนี้หุ้นราคาถูกลงเกือบทุกตัวเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งคนที่ถือพอร์ตลงทุนอยู่ก็คงได้รับผลกระทบไม่มาก็น้อย แต่ไม่ใช่หุ้นทุกตัวจะถือเป็นโอกาสที่ดีเสมอ เห็นแบบนี้แล้วสำหรับคนที่มือหุ้นอยู่ก็อย่าเพิ่งรีบล้างพอร์ต เพราะเราอาจจะพลาดโอกาสตอนหุ้นขึ้นก็เป็นได้ ตลาดหุ้นมีโอกาสกลับมาเป็นบวกในช่วงที่สถานการณ์ปกติ และช่วงเวลาที่จะได้รับผลตอบแทนมากที่สุดที่จะมาหักล้างกับช่วงที่ขาดทุนได้ ส่วนใครยังไม่มีหุ้นก็ยังไม่ต้องรีบซื้อควรศึกษาก่อนรอให้ตลาดนิ่งกว่านี้สักหน่อย ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องรอจุดต่ำสุดของตลาด ต่อให้เราซื้อแพงกว่านั้นสัก 5%-10% เราก็ยังเหลือจุดที่ปลอดภัยอยู่เช่นกัน ซึ่งสามารถศึกษาการลงทุนได้ที่นี่ วิธีเริ่มลงทุนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวต้องทำอย่างไร  หรืออาจศึกษาการลงทุนแบบออมในหุ้นด้วยงบน้อยที่ ทุนน้อยแต่อยากออมให้งอกเงยด้วยกองทุน DCA

การเตรียมตัวและวางแผนของบริษัทนั้นไม่ใช้เรื่องแปลกเลยในช่วงนี้ อย่าปล่อยเวลาไหลไปอย่างว่างเปล่า เวลาที่มีค่าของเราก็ยังสามารถได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ใครหลายๆคนห่างไกลกันมานาน เราได้ใช้เวลากับพ่อแม่ญาติพี่น้องของเราได้คุ้มค่าหรือยัง เพราะทุกนาทีมีความหมาย ไม่แน่คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่สร้างคุณค่าให้ใครหลายคน ณ วินาทีนี้ เช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“มิกซ์จตุจักร” ยกเว้นค่าเช่าให้ร้านค้าจนถึง 30 เม.ย.
บทความถัดไป‘วิโรจน์’ ข้องใจ ทำไมกรมควบคุมโรคตัดข้อมูล ‘รอผลการตรวจ’ ทิ้ง